รัฐบาลคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” เปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ทุกวันศุกร์ตลอดเดือน พ.ค. 2569 พร้อมดึงไปรษณีย์ไทยเป็นช่องทางกระจายสินค้า 946 จุดทั่วประเทศ ลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุด 58% ตั้งเป้าช่วยลดภาระประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน หนุนสินค้า OTOP-SME-ชุมชนเข้าถึงตลาด
รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดสู่พื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านที่ว่าการอำเภอและเครือข่ายไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการคิกออฟจุดจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ ซิตี้ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลใช้ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศเป็นจุดกระจายสินค้าราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น โดยนำสินค้า House Brand และสินค้าโปรโมชั่นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58%
สินค้าที่นำมาจำหน่ายแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช และซอสปรุงรส รวมมากกว่า 3,000 รายการ นอกจากนี้ ยังมีสินค้า OTOP และสินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป เสื้อผ้า และสินค้าปรุงสำเร็จ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการสำรวจความต้องการและราคาสินค้า พบว่าสินค้าที่ประชาชนเลือกซื้อมากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผงซักฟอก ข้าวสาร และน้ำมันพืช ซึ่งเป็นสินค้าที่ทุกครัวเรือนต้องใช้ต่อเนื่อง และมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าท้องตลาดอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอ จะจัดขึ้นทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 รวม 5 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. เพื่อกระจายโอกาสให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงสินค้าราคาถูกและคุณภาพดี ไม่จำกัดเฉพาะในเขตเมืองหรือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะขยายผลโครงการ “ไทยช่วยไทย” ให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ในท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์มีแผนผลักดันสินค้าผู้ประกอบการ SME ที่มีศักยภาพขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นำร่องกว่า 2,000 ราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ
นางศุภจีกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น แต่ยังเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย และวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดจุดจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
โครงการดังกล่าวตั้งเป้าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ผ่านจุดจำหน่ายในชุมชนและเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ควบคู่กับการส่งเสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยไม่กระทบต่อกลไกตลาดเดิม
ในระยะเริ่มต้น มีการเปิดจำหน่ายสินค้าผ่านที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดทั่วประเทศ 122 จุด แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 28 จุด ปริมณฑล 21 จุด และส่วนภูมิภาค 73 จุด ก่อนขยายเพิ่มเติมในสัปดาห์ที่ 2 ไปยังที่ทำการไปรษณีย์อำเภออีก 824 จุด รวมเป็น 946 จุดทั่วประเทศ
สำหรับกิจกรรมร่วมกับไปรษณีย์ไทย ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ การเป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ และการเป็นศูนย์กระจายสินค้า หรือ Distribution Center รองรับการกระจายผ่านรถพุ่มพวง โดยมีสินค้าเข้าร่วมโครงการ 15 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ครอบคลุมสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำปลา ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด จำหน่ายในราคาลดสูงสุด 25%
ด้านนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าไทย โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ไปรษณีย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นจุดจำหน่ายและกระจายสินค้า
ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า เพื่อส่งสินค้าจำเป็นให้ถึงประชาชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าขนส่งสินค้า และการจัดทำคูปองส่วนลดจำนวน 500,000 ใบ มูลค่าใบละ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมส่งเสริมสินค้า SME และสินค้าชุมชนให้เข้าถึงตลาดมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย” จะช่วยให้ประชาชนมีต้นทุนค่าครองชีพลดลง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคภายในประเทศ ช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตอย่างยั่งยืน