กรมโรงงานอุตสาหกรรมฉวยจังหวะทบทวน พ.ร.บ.จัดการกากฯ ก่อนชงเข้าสภารอบใหม่ ชี้บางเงื่อนไขเข้มงวดเกิน เช่น ข้อกำหนดวางเงินหลักประกัน หวั่นนักลงทุนแหยงถอนลงทุน “มูลนิธิบูรณะนิเวศ” จี้แก้สัดส่วนเก็บเงินค่าปรับ รง.ทำผิดเข้ากองทุนทั้ง 100% สกัดเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยว เปิดช่องทุจริต
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ กรอ.ได้ผลักดันเรื่องของ พ.ร.บ.การจัดการอุตสาหกรรม ฉบับแรกของประเทศไทยเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแม้ว่ายังไม่มีการหยิบมาพิจารณาต่อหลังจากเปลี่ยนรัฐบาล
ดังนั้น กรอ. จึงเห็นว่าควรดึงกลับมาทบทวนใหม่ เนื่องจากในบางเงื่อนไขที่กำหนดในร่าง พ.ร.บ.กากฯ ใหม่ อาจมีความเข้มงวดเกินไป จำเป็นที่ต้องตัดออกเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น และเพื่อไม่ให้นักลงทุนชะงักการลงทุน เช่น เรื่องของการวางเงินหลักประกันอย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.กากฯ เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นต้องมี เนื่องจากเป็นกฎหมายที่จะใช้แก้ปัญหาการสะสมของกากอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และซากรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นจำนวนมาก คาดว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องเกิดขึ้นภายในปี 2569 นี้อย่างแน่นอน
ในหลักการของร่างกฎหมายจะเน้นที่ว่าผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ก่อกำเนิด ต้องมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบกากอุตสาหกรรมที่ก่อกำเนิดขึ้นจนกว่าจะมีการกำจัดแล้วเสร็จ รวมทั้งมีหน้าที่ต้องควบคุม และรับผิดชอบให้ผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง และผู้กำจัด ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการผู้ประกอบกิจการมีหน้าที่ต้องนำกากดังกล่าวไปกำจัดจนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยใช้ค่าใช้จ่ายของตนเอง แต่จะต้องมีการขออนุญาตการรวบรวมและการขนส่ง ที่สำคัญคือกฎหมายนี้ห้ามไม่ให้ผู้ใดทิ้ง รวบรวม หรือกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ในที่ดินของผู้อื่น ที่สาธารณประโยชน์ หรือที่รกร้างว่างเปล่า
เพราะที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ตรวจของเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดพบปัญหานี้เช่นกัน หลายกรณีที่พบยังพบว่ามีการทิ้งปนกับมูลฝอยประเภทอื่น ปล่อยปละละเลยให้มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ในที่ดินของตนเองหรือที่ตนครอบครอง จนมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย มีการอาจรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม
“เราไม่ทิ้งกฎหมายนี้แน่นอน เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาค้างคามานาน มันต้องผลักดันต่อ แต่แค่ว่ายังพอมีเวลาเอากลับมาทบทวนใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของกองทุนที่ยังติดค้างกันอยู่ ต้องหารือกับทางกระทรวงการคลังว่าเงินส่วนนี้จะนำมาจากไหน จะเอาไปใช้จ่ายยังไงเพื่อแก้ไขปัญหา”
นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า พ.ร.บ.การจัดการกากอุตสาหกรรม มีบางอย่างที่จำเป็นต้องถอดออก เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะครอบคลุมถึงเรื่องสิ่งที่เป็นอันตรายและสร้างผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งในส่วนนี้มันควรเข้าไปอยู่ใน พ.ร.บ.โรงงานฉบับเดิม ยอมรับว่า พ.ร.บ.ตัวนี้ยังไม่เคยได้เห็นร่างฯ อย่างชัดเจน แม้จะเป็นเจตนารมณ์ที่ดีแต่ด้วยปัญหาขยะมีความซับซ้อนค่อนข้างมากหลายหน่วยงานกังวลว่า พ.ร.บ.นี้เมื่อถึงขั้นตอนปฏิบัติแล้วจะซับซ้อนและทำให้เกิดปัญหาเช่นกัน
ในส่วนของเรื่องกองทุนที่ตั้งขึ้นมา เดิมอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงานฉบับเดิม เมื่อย้ายมาที่ พ.ร.บ.กากฯ อาจจะถูกแบ่งแยกค่อนข้างยาก เพราะปัญหาการปนเปื้อนอาจไม่ได้เกิดจากกากอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีทั้งขยะทั่วไป นอกจากนี้ใน พ.ร.บ.ยังมีการกำหนดในเรื่องของการเก็บค่าธรรมเนียม ค่าปรับจากโรงงานอุตสาหกรรมที่กระทำผิด โดยเงินที่โรงงานถูกปรับพบว่ามีการแจกจ่ายให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเปรียบเสมือนเงินกินเปล่า และแน่นอนว่าเป็นการปฏิบัติที่ส่อไปทางทุจริต
ดังนั้นเงินกองทุนควรเกิดขึ้นจากการเก็บจากค่าปรับจากโรงงานที่กระทำความผิดตามกฎหมาย และส่งเงินเข้ากองทุนทั้งหมด 100% และเงินกองทุนนี้จะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปแก้ปัญหาหรือไว้ใช้เพื่อเยียวยาชดเชยจากสิ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมทำไว้แล้วมีผลกระทบต่อชุมชน
“กองทุนมีการแบ่งสัดส่วนเดิม อย่างค่าปรับ 200,000 บาท ต้องแบ่งให้กระทรวงการคลังประมาณ 40% เข้ากระทรวงอุตสาหกรรม 60% แต่พบว่า มีการกระจายไปให้ระดับข้าราชการ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของกองทุน ต้องปรับให้ดึงเงินค่าปรับเข้ากองทุน 100% และมีเรื่องของการวางเงินหลักประกันด้วยเพื่อกันความเสี่ยง”
ทั้งนี้ พ.ร.บ.กากฯ จะกำหนดใช้กับผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการอุตสาหกรรม ผู้ขนส่ง ผู้รวบรวม ผู้กำจัดกากอุตสาหกรรม ผู้ก่อกำเนิด ผู้ครอบครอง หรือผู้ใช้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ก่อกำเนิดซากรถยนต์ ผู้กำจัดซากรถยนต์ ราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานเจ้าหน้าที่ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประชาชนทั่วไป
ด้วยปัจจุบันประเทศไทยเกิดปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรม และแนวโน้มการใช้แบตเตอรี่ก็เพิ่มมากขึ้นในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์แปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกระแสไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการจัดการกากอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันต่อการระงับเหตุมิให้บานปลาย เพื่อป้องกันและปกป้องการรั่วไหลของสารพิษลงสู่ชุมชนและแหล่งน้ำ
รวมถึงการเยียวยากรณีเกิดการรั่วไหลของสารพิษ ทำให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนจากการปนเปื้อนของสารพิษ สมควรต้องมีกองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืนในการป้องกัน ปกป้อง เยียวยา สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย สุขภาพอนามัยของประชาชน และส่งเสริมผู้ประกอบการสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นเศรษฐกิจยุคใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
อ่านข่าวต้นฉบับ: กรอ. รื้อ พ.ร.บ.จัดการกากใหม่ ถอดบางเงื่อนไขหวั่นโรงงานผวาชะลอลงทุน