กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศชี้ตลาดเครื่องสำอางจีนยังโตต่อเนื่อง คาดปี 2569 มูลค่าแตะ 5.791 แสนล้านหยวน หรือราว 2.895 ล้านล้านบาท แนะผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทางออนไลน์ Cross Border E-Commerce หรือ CBEC ทดลองตลาดก่อนบุกจริง รับพฤติกรรมผู้บริโภคจีนเน้นประสิทธิภาพ ส่วนผสม แบรนด์ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และคำอธิบายสินค้าชัดเจน
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ สำรวจลู่ทางการค้าและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุด กรมได้รับรายงานจากนายสกรรจ์ แสนโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีน รวมถึงโอกาสและช่องทางในการส่งออกสินค้าเครื่องสำอางไทยเข้าไปจำหน่าย
รายงานระบุว่า ปัจจุบันจีนเป็นหนึ่งในตลาดหลักของการบริโภคเครื่องสำอางระดับโลก สะท้อนพลังการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และยังมีศักยภาพเติบโตในอนาคต โดยคาดว่าขนาดตลาดอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของจีนในปี 2569 จะมีมูลค่าแตะ 5.791 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 2.895 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีมูลค่า 4.459 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 2.229 ล้านล้านบาท
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคชาวจีนใช้พิจารณาเมื่อซื้อเครื่องสำอาง ได้แก่ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ โดยช่องทางยอดนิยมในการซื้อเครื่องสำอางคือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Taobao และ JD.com ซึ่งครองสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือร้านค้าทางการของแบรนด์ และหน้าร้านค้า เช่น Watsons และ The Colorist
ด้านรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสนใจ คือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รูปแบบมินิมอลและทันสมัย รูปแบบหรูหราและสง่างาม รวมถึงรูปแบบเรโทรและย้อนยุค
ขณะที่ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าที่ผู้บริโภคชาวจีนใช้บ่อยที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้าและลำคอ รองลงมาคือผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปาก ผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตา ผลิตภัณฑ์รองพื้น ผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปาก และเครื่องสำอางสำหรับดวงตา
ส่วนเป้าหมายในการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับการให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิว การกระชับผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส และลดเลือนจุดด่างดำ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้บริโภคต้องการให้ผู้ผลิตแก้ไขมากที่สุด คือการกล่าวอ้างเกินจริง การโฆษณาชวนเชื่อ คำอธิบายผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน และผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์อยู่ได้ไม่นาน โดยผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานขึ้น และมีบริการหลังการขายที่ดีขึ้น
นางสาวสุนันทากล่าวว่า ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีความต้องการสูง และยังมีศักยภาพในการเติบโต แต่เนื่องจากมีแบรนด์เครื่องสำอางที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจำนวนมาก รวมถึงกระแสวัฒนธรรมจีนที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนจึงต้องเตรียมความพร้อมให้สามารถแข่งขันกับแบรนด์ในตลาดได้
ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจีน เช่น สรรพคุณให้ความชุ่มชื้น กระชับผิว ผลลัพธ์คงทน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย รวมถึงการระบุคำอธิบายบนฉลากอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นเจาะตลาดจีนคือช่องทางออนไลน์ Cross Border E-Commerce หรือ CBEC ซึ่งเอื้อให้ผู้ส่งออกต่างชาตินำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในจีนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีกฎระเบียบที่เข้มงวดน้อยกว่า มีความยืดหยุ่นด้านการติดฉลาก และได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรในบางกรณี ส่งผลให้ต้นทุนต่ำลง
นางสาวสุนันทากล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำเครื่องสำอางเข้าสู่ตลาดจีน ควรเริ่มจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ก่อน เพื่อสร้างการรับรู้ ทดลองตลาด และประเมินการตอบรับจากผู้บริโภค ก่อนขยายไปสู่ช่องทางจำหน่ายอื่น ทั้งแพลตฟอร์มของตนเองและช่องทางออฟไลน์
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM