รมว.พาณิชย์ อธิบายเรื่องการตลาดทุเรียน แนวคิด-เป้าหมาย หวังสร้างดีมานด์หรืออุปสงค์ก่อนที่จะเกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาด
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปเป็นองค์ปาฐกถาในงาน ปาฐกถาอารี วัลยะเสวี ครั้งที่ 39 หัวข้อ “Leadership Beyond Comfort Zone : ก้าวข้ามกรอบเดิม เปิดทางการเปลี่ยนแปลง” ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา
เธอใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องแนวคิดนอกกรอบ โยงไปกับการขายทุเรียนที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม
ศุภจี เริ่มต้นกล่าวว่า ออกจากคอมฟอร์ตโซนด้านธุรกิจของตัวเองมาเป็นนักการเมือง ไม่มีใครสนับสนุน ทั้งคนใกล้ชิดและครอบครัว
แต่คิดว่าเกิดมาทั้งที ปีนี้อายุ 62 ปี ทำอะไรมามาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับนายกรัฐมนตรีมาชวน คิดว่าเมื่อเราทำมาทุกอย่างแล้ว ถึงเวลาที่ควรจะทำอะไรตอบเเทนประเทศชาติ จากความรู้และประสบการณ์ของเราบ้าง
การมาอยู่ตรงนี้มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ เข้าใจและไม่เข้าใจ บางคนเข้าใจแต่ทำเป็นไม่เข้าใจก็มี รวมถึงมีวาระทางการเมืองมากมาย แต่เราตั้งใจมาทำงานเพื่อบ้านเมือง “ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ”
“คาดไม่ถึงค่ะ ว่าจะเป็นคนที่มีหนามรอบตัวขนาดนี้ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่หนามเยอะจริงๆ”
เรื่องทุเรียน รมว.พาณิชย์ บอกว่า พยายามสร้างดีมานด์หรืออุปสงค์ก่อนที่จะเกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาด พร้อมตั้งคำถามว่า เธอทำผิดเหรอ ?
เราพยายามป้องกันและแก้ปัญหามาตั้งแต่ต้นปี แต่คนไม่เห็น ที่ผ่านมามีความพยายามหาตลาดใหม่ ทั้งฝั่งตะวันตก ตะวันออกกลาง เอเชีย อย่างเกาหลีใต้ และรักษาตลาดเดิม อย่างจีน มีการเซ็นสัญญากับหลากหลายสวนมาแล้ว แต่ไม่มีข่าวออก ขณะเดียวกันเรายังแก้ปัญหาการขนส่งหน้าด่านผ่านการเจรจาทางการทูต โดยเฉพาะในการส่งออกไปประเทศจีนที่บางส่วนต้องใช้ด่านร่วมกับทางเวียดนาม ประเทศคู่แข่งทุเรียนสำคัญของไทย
เรื่องทุเรียนขนาดเล็กหรือที่เรียกกันว่า “ป๊อกแป๊ก” ศุภจีบอกว่า หากมาจากต้นและสวนเดียวกันกับลูกพรีเมี่ยม รสชาติของมันก็ยังได้คุณภาพดี และคนโดยทั่วไปแยกรสชาติออกยาก ว่ามาจากลูกไหน
“ป๊อกแป๊กผิดตรงไหน เขาก็มาจากสวนเดียวกันกับลูกที่เป็นพรีเมี่ยม แต่เขาเกิดมาตัวเล็กเเเละขี้เหร่ด้วย หน้าตาไม่ดี เเต่ถ้าท่านเเกะเปลือกเขาออกมาดู ท่านก็ไม่ได้รับประทานเปลือกไม่ใช่เหรอคะ”
เธอย้ำว่า เราต้องทำตลาดในสิ่งที่คนเขาไม่นิยม เพราะเดี๋ยวจะมีป๊อกแป๊กออกมาจำนวนมาก ซึ่งไม่เรียกป๊อกแป๊กเเล้ว เรียก “ซูเปอร์จิ๋ว” เพราะเขาดูน่ารัก เขาไม่ได้ผิดอะไร ไม่รอให้เกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาดแล้วค่อยแก้ แต่เป็นการสร้างดีมานด์ล่วงหน้าก่อนที่ผลผลิตล็อตใหญ่จะออกสู่ตลาดจริง
เรื่องไลฟ์คอมเมิร์ซก็เพื่อป้องกันปัญหาล้นตลาดเช่นกัน ให้คนที่ทำเป็น ที่เชี่ยวชาญไปช่วยสอนคนหน้าสวน อย่ามาทำไลฟ์คอมเมิร์ซในสตูดิโอเท่านั้น และเราก็ไม่ได้ทำกับใครเพียงเจ้าเดียว
เมื่อถึงฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมามากๆ และมีทุเรียนตกไซส์ซึ่งล้งเขาไม่รับ พี่น้องชาวสวนจะได้มีช่องทางระบาย ผู้บริโภคเข้าถึงได้ในราคาไม่แพงมาก
ศุภจีบอกว่า เราต้องคิดนอกกรอบ นอกคอมฟอร์ตโซนจริงๆ คนอาจจะตามไม่ทัน ไม่เข้าใจ
“ทำไมต้องทำตอนนี้ ทุเรียนยังไม่ล้น ? ก็ถ้าล้นแล้วเราจะทำทันหรอคะ เราถึงต้องรีบทำ”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ศุภจี แจงเรื่องทุเรียน หวังสร้างความต้องการก่อนเกิดปัญหาล้นตลาด