ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านโจมตี UAE ยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านโจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการใช้โดรนโจมตีพื้นที่อุตสาหกรรมน้ำมันในเมืองฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ แม้ระบบป้องกันทางอากาศของ UAE จะสามารถสกัดขีปนาวุธได้ส่วนใหญ่
โดยเหตุการณ์โจมตีดังกล่าวนับเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งสหรัฐได้พยายามใช้ปฏิบัติการทางเรือเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่กลับกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อ 4 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 106.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 114.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือพาณิชย์ที่ดำเนินการ โดยบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ภายในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ได้เพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล และมีแนวโน้มทำให้ต้นทุนการขนส่งและเบี้ยประกันภัยปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของอุปทานโลก
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศจะเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน มิ.ย. 69 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในระดับที่จำกัดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งหลัก อีกทั้งการถอนตัวของ UAE จากโอเปกยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการผลิตในระยะถัดไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านโจมตี UAE ยกระดับความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ
