เมื่อ “FishAI” ยังจำปลาได้ไม่ครบ : ดราม่าแอปกรมประมง สะท้อนโจทย์ใหญ่รัฐไทยในวันที่อยากใช้ AI แต่ข้อมูลยังไม่พร้อม
กรมประมงเปิดตัว “Thailand FishAI” แอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์จำแนกชนิดปลา ด้วยความหวังให้เป็นเครื่องมือดิจิทัลใหม่สำหรับประชาชน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ใช้ค้นหาข้อมูลสัตว์น้ำ สำรวจทรัพยากรประมง และต่อยอดงานอนุรักษ์ แต่เพียงไม่นานหลังเปิดให้ดาวน์โหลด ความคาดหวังของผู้ใช้งานกลับปะทะเข้ากับข้อจำกัดของระบบต้นแบบ เมื่อ AI ยังจำแนกชนิดปลาได้เพียงบางกลุ่ม บางชนิด และยังมีโอกาสคลาดเคลื่อน จนกรมประมงต้องออกมาชี้แจง พร้อมขออภัยและยอมรับว่ายังต้องใช้เวลาในการพัฒนา
กรณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาแอปพลิเคชันรัฐที่ “ยังไม่สมบูรณ์” แต่สะท้อนโจทย์ใหญ่ของการนำ AI มาใช้ในภาครัฐไทย โดยเฉพาะงานด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก ความแม่นยำเชิงวิชาการ และความเข้าใจจากผู้ใช้งาน เพราะเบื้องหลังคำว่า AI ไม่ใช่แค่การเปิดกล้องถ่ายรูปแล้วรู้คำตอบทันที หากแต่ต้องมีฐานข้อมูลภาพถ่ายปลาหลากหลายชนิด หลายขนาด หลายมุม และเพียงพอที่จะฝึกให้ระบบ “รู้จัก” ปลาจริง ๆ ก่อนจะนำไปให้บริการประชาชนในวงกว้าง
กรมประมงเปิดตัวแอปพลิเคชัน Thailand FishAI อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยระบุว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยจำแนกชนิดปลาเบื้องต้นผ่านกล้องถ่ายรูปจากสมาร์ทโฟน รองรับทั้งระบบ Android และ iOS เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี พร้อมชูจุดขายว่าแอปเดียวสามารถค้นหาข้อมูลชนิดสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกรมประมงกว่า 2,000 ชนิด
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ระบุในวันเปิดตัวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับภาคประมงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สอดคล้องกับนโยบายเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการปรับบริการภาครัฐให้เป็นดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากขึ้น
Thailand FishAI ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ BDE ประจำปี 2567 โดยกรมประมงวางเป้าหมายให้เป็นระบบต้นแบบปัญญาประดิษฐ์ในการจำแนกชนิดปลา เพื่อสนับสนุนงานสำรวจและอนุรักษ์ทรัพยากรประมงแบบมีส่วนร่วม
แต่หลังจากเปิดให้ประชาชนสนใจดาวน์โหลดใช้งาน ปัญหาที่ตามมาคือ ความคาดหวังของผู้ใช้จำนวนหนึ่งอาจสูงกว่าขีดความสามารถจริงของระบบ โดยเฉพาะฟังก์ชันจำแนกชนิดปลาด้วย AI ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าแอปจะสามารถจำแนกปลาได้ครอบคลุมทุกชนิด หรือให้คำตอบที่แม่นยำทันทีจากภาพถ่าย
กรมประมงจึงออกมาชี้แจงว่า Thailand FishAI ยังเป็น “โครงการวิจัยและพัฒนาระบบต้นแบบ” ที่พัฒนาเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นเพียง 1 ปี และในระยะแรกสามารถใช้ฟังก์ชัน AI จำแนกชนิดปลาได้เบื้องต้นเพียง 50 ชนิดเท่านั้น ยังไม่สามารถจำแนกปลาได้ทุกชนิด
นี่คือจุดสำคัญของดราม่า เพราะคำว่า AI ในมุมผู้ใช้อาจหมายถึงเครื่องมืออัจฉริยะที่ควรรู้คำตอบได้ทันที แต่ในมุมของนักวิจัย การจำแนกปลาแต่ละชนิดต้องใช้ฐานข้อมูลภาพถ่ายจำนวนมาก บางชนิดต้องใช้ภาพมากกว่า 100-1,000 รูป ขึ้นอยู่กับลักษณะเด่นของปลาแต่ละชนิด อีกทั้งต้องมีภาพหลายขนาด หลายมุม และต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง เพื่อฝึกให้ระบบเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ
ปลา 50 ชนิดที่ระบบจำแนกได้ในเบื้องต้น ส่วนใหญ่เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาตะเพียน หรือ Cyprinidae ซึ่งเป็นวงศ์ปลาที่มีความหลากหลายมากที่สุดในประเทศไทย มีทั้งชนิดที่พบทั่วไปและชนิดที่หายากหรืออยู่ประจำถิ่น เช่น ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลากระแห ปลาปีกแดง ปลาซิวชนิดต่าง ๆ ปลาไส้ตัน ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาสร้อยนกเขา ปลากระสูบ ปลานวลจันทร์น้ำจืด และปลามัน
นอกจากนี้ ยังมีปลาหายากในประเทศไทย เช่น ปลาตะพัด ปลากระโห้ และปลายี่สกไทย ซึ่งกรมประมงระบุว่าจะช่วยสนับสนุนภารกิจสำรวจทรัพยากรปลาน้ำจืดและงานวิจัยเบื้องต้นตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ขณะเดียวกัน แอปยังสามารถจำแนกปลาสวยงามได้บางชนิด เช่น ปลาหางนกยูง ปลาคาร์ป ปลาทอง ปลากัด ปลาปอมปาดัวร์ ปลาหมอสีมาลาวี ปลาคาร์ดินัล รวมถึงปลาต่างถิ่นบางชนิด และปลาเศรษฐกิจเบื้องต้น เช่น ปลาทู ปลาลัง และปลานิล
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคือ ระบบยังไม่ได้ครอบคลุมปลาทุกชนิด ทั้งปลาน้ำจืด ปลาทะเล ปลาสวยงาม หรือสัตว์น้ำกลุ่มอื่น ๆ ทำให้เมื่อผู้ใช้นำภาพปลาที่อยู่นอกเหนือฐานข้อมูล หรือภาพที่มีคุณภาพไม่เหมาะสมมาให้ระบบประมวลผล ผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อน หรือไม่ตรงกับชนิดปลาจริงได้
กรมประมงระบุว่า จะเร่งพัฒนาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มจำนวนชนิดปลาที่ AI สามารถจำแนกได้มากขึ้น แต่กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพราะหัวใจของ AI ไม่ได้อยู่ที่ตัวแอปอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ข้อมูล” ซึ่งต้องมากพอ หลากหลายพอ และถูกต้องพอ
นอกจากฟังก์ชัน AI แล้ว Thailand FishAI ยังมีฟังก์ชัน “Library” หรือห้องสมุดสัตว์น้ำ ซึ่งรวบรวมข้อมูลสัตว์น้ำจากฐานข้อมูลของกรมประมงไว้กว่า 2,000 ชนิด ครอบคลุมปลาน้ำจืด ปลาทะเล ปลาสวยงาม สัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ รวมถึงพรรณไม้น้ำกว่า 300 ชนิด โดยจัดหมวดหมู่ให้ประชาชนค้นหาข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว
อีกฟังก์ชันที่กรมประมงพยายามชูขึ้นมาแก้โจทย์ความไม่แน่นอนของ AI คือเมนู “สำรวจ” สำหรับกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ทราบชนิดปลา สามารถแนบภาพถ่ายปลาพร้อมรายละเอียด เพื่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญของกรมประมงผ่านแอปได้โดยตรง จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจะตอบกลับผ่านการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน
ฟังก์ชันนี้จึงเป็นเหมือน “สะพาน” ระหว่าง AI กับผู้เชี่ยวชาญ เพราะในขณะที่ระบบอัตโนมัติยังไม่สมบูรณ์ ความรู้ของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญยังมีบทบาทสำคัญในการยืนยันข้อมูล ขณะเดียวกันภาพปลาที่ผู้ใช้งานส่งเข้ามายังสามารถช่วยเพิ่มฐานข้อมูลสัตว์น้ำภายในแอปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
กรมประมงเปิดช่องให้ประชาชนที่พบปัญหาการใช้งาน หรือพบว่าผลลัพธ์ที่ AI รายงานมีความคลาดเคลื่อน สามารถแจ้งผ่านเมนู “สำรวจ” หรือทาง Open Chat โดยค้นหาคำว่า “Thailand Fish AI” พร้อมยืนยันว่าจะน้อมรับทุกความคิดเห็นเพื่อนำไปพัฒนาแอปให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และขออภัยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
อีกมิติหนึ่งของการเปิดตัวครั้งนี้ คือกรมประมงไม่ได้หยุดอยู่แค่แอป AI แต่ยังผนึกกำลังกับสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ ประเทศไทย หรือ DRAT ถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้โดรน หรือ UAV/Drone เพื่อบริหารจัดการด้านการประมงให้กับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม
โดรนถูกวางบทบาทให้เป็นเครื่องมือเสริมงานประมงยุคใหม่ ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่เข้าถึงยากจากมุมสูง การตรวจตราและเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย การติดตามสภาพพื้นที่เพื่อการเกษตร การสำรวจทรัพยากรประมง การพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ
อธิบดีกรมประมงระบุว่า เทคโนโลยีโดรนที่ติดตั้งกล้องคุณภาพสูง ทั้งกล้องกลางวันและอินฟราเรด สามารถถ่ายทอดภาพมายังสถานีภาคพื้นดินแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการทำงานภาคสนาม โดยเฉพาะงานเฝ้าระวัง ติดตาม และควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย
ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของกรมประมงที่ต้องการขยับจากระบบราชการแบบเดิม ไปสู่การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และเครื่องมือดิจิทัลขับเคลื่อนงานประมง แต่กรณี Thailand FishAI ก็เป็นบทเรียนสำคัญว่า การนำ AI มาให้บริการประชาชนต้องสื่อสารข้อจำกัดให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะหากประชาชนคาดหวังว่าแอปจะทำงานได้สมบูรณ์เหมือนระบบสำเร็จรูป แต่ความจริงยังเป็นเพียงต้นแบบ ความเชื่อมั่นอาจกลายเป็นแรงเสียดทานได้ทันที
โจทย์ต่อจากนี้ของกรมประมงจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนชนิดปลาจาก 50 ชนิดให้มากขึ้น แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่า FishAI อยู่ในช่วงเริ่มต้น ต้องอาศัยข้อมูลจากภาคสนาม ความร่วมมือจากผู้ใช้ และการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบค่อย ๆ แม่นยำขึ้น
ในวันที่ภาครัฐไทยเดินหน้าใช้ AI มากขึ้น กรณี Thailand FishAI จึงเป็นทั้งความหวังและคำเตือน ความหวังคือเทคโนโลยีอาจช่วยเปิดทางให้คนทั่วไปเข้าถึงองค์ความรู้ด้านประมงได้ง่ายขึ้น แต่คำเตือนคือ AI จะเก่งได้ก็ต่อเมื่อฐานข้อมูลพร้อม ระบบพร้อม และการสื่อสารกับประชาชนต้องตรงไปตรงมา
เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI จำปลาได้ไม่ครบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คำถามใหญ่กว่านั้นว่า ภาครัฐพร้อมแค่ไหนที่จะเปลี่ยน “งานวิจัยต้นแบบ” ให้กลายเป็น “บริการสาธารณะ” ที่ประชาชนเชื่อถือและใช้งานได้จริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ
อ่านข่าวต้นฉบับ: Thailand FishAI จำปลาได้ไม่ครบ สะท้อนโจทย์ใหญ่รัฐไทยในวันที่ข้อมูลยังไม่พร้อม
