สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย จับมือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ต่อยอด GLP+ ยกระดับมาตรฐานแรงงานตลอดซัพพลายเชน ชูหลัก “4 ไม่ 6 มี” ไม่ใช้แรงงานเด็ก-แรงงานบังคับ-ไม่เลือกปฏิบัติ-ไม่เกี่ยวข้องค้ามนุษย์ พร้อมประกาศไม่สนับสนุนนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ หวังเพิ่มแต้มต่อส่งออกกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์ และผลักดันสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยหลุดบัญชีแรงงานเด็ก-แรงงานบังคับของสหรัฐ
นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยภายหลังการประกาศเจตนารมณ์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ว่าสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประกาศเจตนารมณ์ผลักดันให้สถานประกอบกิจการตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี หรือ Good Labour Practices : GLP ไปใช้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน พร้อมยกระดับสู่ GLP+ โดยแสดงเจตจำนงไม่สนับสนุนการนำเข้าสินค้าที่มีการใช้แรงงานบังคับ
อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ มีการใช้แรงงานตลอดห่วงโซ่การผลิตกว่า 1 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มประมาณ 400,000 คน และสร้างรายได้จากการส่งออกมากกว่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 5%
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ซึ่งก่อตั้งมากว่า 54 ปี และมีสมาชิกเป็นโรงงานผลิตเครื่องนุ่งห่มกว่า 190 บริษัท เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับโครงสร้างการผลิต จากการผลิตทั่วไปไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ระดับบน หรือแบรนด์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
นายชลัมพลกล่าวว่า แบรนด์ในกลุ่มดังกล่าวให้ความสำคัญอย่างมากกับการคัดเลือกโรงงานที่มีมาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับนโยบายของประเทศปลายทาง โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่มีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นทั้งความจำเป็นและโอกาสของโรงงานในประเทศไทย ซึ่งมีพื้นฐานและศักยภาพที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
ทั้งนี้ แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี หรือ GLP มีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานแรงงานของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยยึดหลัก “4 ไม่” ได้แก่ ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช้แรงงานบังคับ ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตลอดจนมีระบบบริหารจัดการและการปฏิบัติต่อแรงงานที่สอดคล้องกับหลัก “6 มี” ของ GLP
สมาคมฯ พร้อมด้วยสมาชิกจึงร่วมมือกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อนำ GLP ไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กและแรงงานบังคับอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
ด้านเรือเอกสาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ เห็นว่าแรงงานทุกคนคือผู้สร้างคุณค่าของเศรษฐกิจไทย เป็นเสาหลักและฟันเฟืองสำคัญของประเทศ
กรมจึงผลักดันนโยบายการคุ้มครองสิทธิเชิงรุกให้กับแรงงานทุกภาคส่วน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เร่งด่วนของกระทรวงแรงงาน ผ่านกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชน และขยายผลไปยังห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้นำ GLP ไปใช้บริหารจัดการแรงงานอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
เรือเอกสาโรจน์ กล่าวว่า กรมยังสนับสนุนให้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมยกระดับการปฏิบัติต่อแรงงาน และดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม สามารถทวนสอบการปฏิบัติได้ในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติการปฏิบัติต่อแรงงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
นอกจากนี้ การประกาศเจตจำนงไม่สนับสนุนการนำเข้าสินค้าที่มีการใช้แรงงานบังคับ ถือเป็นการยืนยันว่าสินค้าที่ผลิตในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยจะต้องปลอดจากการละเมิดสิทธิแรงงาน
การร่วมกันผลักดันกิจกรรม Get Better Get GLP+ ในครั้งนี้ จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยในการยกระดับมาตรฐานแรงงาน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถานประกอบกิจการไทย
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานทุกด้าน และจะต่อยอด GLP+ ไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน สร้างความน่าเชื่อถือให้สถานประกอบกิจการ และส่งผลต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการผลักดันให้สินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยถูกถอดออกจากบัญชีรายการสินค้าที่มีเหตุผลเชื่อได้ว่าผลิตโดยการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ หรือ TVPRA List และบัญชีรายการสินค้าที่มีการใช้แรงงานเด็กบังคับ หรือแรงงานเด็กขัดหนี้ หรือ EO List ของกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาในอนาคต
อ่านข่าวต้นฉบับ: อุตฯเครื่องนุ่งห่มไทยปั้นแต้มต่อใหม่ ใช้ GLP+ ล้างปมแรงงานบังคับ
