ฮอนด้าเลื่อนแผนสร้างโรงงานอีวีและแบตเตอรี่ในแคนาดาอย่างไม่มีกำหนด และปรับกลยุทธ์เน้นไปที่รถไฮบริดแทน โดยมียอดขายแข็งแกร่งในตลาดอเมริกาเหนือ ขณะที่ยอดขายรถอีวีในสหรัฐลดลง 36%
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ฮอนด้า มอเตอร์ เตรียมระงับแผนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในแคนาดา เนื่องจากดีมานด์ในสหรัฐซบเซาลง ทำให้ฮอนด้าต้องปรับกลยุทธ์ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ไปให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริดแทน
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ฮอนด้าตัดสินใจเลื่อนแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตรถอีวีและโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ออกไป 2 ปี และเนื่องจากเห็นว่าสภาพตลาดรถอีวีไม่น่าจะฟื้นตัวได้ในระยะสั้น ฮอนด้าจึงตัดสินใจเลื่อนโครงการดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด และกำลังเริ่มเจรจากับรัฐบาลแคนาดา เนื่องจากได้ซื้อที่ดินและเตรียมรับการสนับสนุนทางการเงินจากแคนาดาแล้ว
การยกเลิกแผนการดำเนินงานทั้งหมดทิ้งไปเลยเป็นหนึ่งในทางเลือกที่พิจารณา โดยขึ้นอยู่กับว่านโยบายรถอีวีของภูมิภาคอเมริกาเหนือจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อีกทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดาที่หยุดชะงักลงเพิ่มความไม่แน่นอนขึ้น
ฮอนด้าประกาศแผนโครงการดังกล่าว เมื่อเดือนเมษายน 2024 และมีแผนเดิมจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2028 โดยคาดว่าจะลงทุนทั้งหมดราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.55 แสนล้านบาท) ในโรงงานผลิตรถอีวีที่มีกำลังการผลิต 240,000 คันต่อปี และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ มีเป้าหมายใช้ประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษีในสหรัฐ แต่ขณะนี้มาตรการดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว ในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
ในไตรมาสที่ 4/2026 ยอดขายรถอีวีในสหรัฐลดลง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ขณะที่ส่วนแบ่งของรถยนต์ไฮบริดในตลาดรถใหม่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 19% จาก 11% ในปีก่อนหน้า
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ฮอนด้าจะยุติการผลิตรถอีวี โพรล็อก ที่พัฒนาร่วมกับเจเนอรัล มอเตอร์ส และจะยุติการขายลงเมื่อสินค้าในสต๊อกหมด โดยโมเดลดังกล่าวเพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปี 2024 ทำให้ฮอนด้าต้องจ่ายเงินอุดหนุนแก่ดีลเลอร์จำนวนมาก เพื่อระบายรถออกไป ทั้งนี้ การยุติจำหน่ายฮอนด้า โพรล็อก ทำให้คาดว่า ฮอนด้าจะไม่มีรถอีวีในไลน์อัพสหรัฐ
ฮอนด้าจะปรับลดการลงทุนในด้านรถอีวีและซอฟต์แวร์ทั่วโลก ภายในปี 2030 จากเดิมที่ตั้งเป้าการลงทุนไว้ที่ 7 ล้านล้านเยน (ราว 1.44 ล้านล้านบาท) อีกทั้งปรับกลยุทธ์ในอเมริกาเหนือใหม่ เพื่อมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริดแทน
ในปี 2025 ยอดขายทั่วโลกของฮอนด้าลดลง 8% จากปีก่อนหน้า เหลือ 3.52 ล้านคัน ส่วนในประเทศจีน ยอดขายลดลง 60% เมื่อเทียบกับจุดพีคในปี 2020 ท่ามกลางบริบทที่ต้องดิ้นรนเพื่อแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งในท้องถิ่น ขณะเดียวกันในอเมริกาเหนือกลับสร้างยอดขายมากกว่า 40% ของยอดขายโดยรวมทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากดีมานด์รถสันดาปและไฮบริดแข็งแกร่ง
วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ฮอนด้าจะแถลงข่าวเกี่ยวกับแผนธุรกิจในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมถึงการปรับปรุงกลยุทธ์ในอเมริกาเหนือ ความพยายามหยุดยั้งการขาดทุนในจีน และกลยุทธ์การเติบโตในอินเดีย
นอกจากนี้บริษัทอื่น ๆ ก็กำลังประสบปัญหาในตลาดรถอีวีอเมริกาเหนือเช่นกัน โดยนิสสัน มอเตอร์ ประกาศยกเลิกแผนการผลิตรถอีวีสองรุ่นในรัฐมิสซิสซิปปี ขณะที่จีเอ็ม, ฟอร์ด มอเตอร์ และสเตลแลนติส รวมถึงบริษัทอื่น ๆ ระงับการพัฒนารถอีวีบางรุ่น
อ่านข่าวต้นฉบับ: ฮอนด้าเลื่อนแผนสร้างโรงงานอีวีแคนาดาไม่มีกำหนด ตลาดซบเซา