‘เท็ด เทอร์เนอร์’ (Ted Turner) ผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อ ผู้ก่อตั้ง Cable News Network : CNN เครือข่ายโทรทัศน์ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมงที่ปฏิวัติวงการข่าวโทรทัศน์ เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัย 87 ปีเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ตามเวลาสหรัฐ ขณะครอบครัวอยู่เคียงข้าง
วงการสื่อมวลชนโลกจดจำเทอร์เนอร์ในฐานะผู้บุกเบิกวัฒนธรรมข่าว 24 ชั่วโมงสมัยใหม่ วิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการนำเสนอข่าวจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์นี้ กลายเป็นไอเดียที่ประสบความสำเร็จในที่สุดของเทอร์เนอร์ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อ
กระทั่งในปี 1991 เทอร์เนอร์ได้รับเลือกให้เป็น “บุคคลแห่งปี” ของนิตยสารไทม์ ในฐานะ “ผู้มีอิทธิพลต่อพลวัตของเหตุการณ์และเปลี่ยนผู้ชมใน 150 ประเทศให้เป็นพยานเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในทันที” ในที่สุดเทอร์เนอร์ก็ขายเครือข่ายให้ไทม์ วอร์เนอร์ และต่อมาก็ออกจากธุรกิจไป แต่เขายังคงแสดงความภาคภูมิใจใน CNN โดยยกย่องว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
วูล์ฟ บลิตเซอร์ ผู้ประกาศข่าว CNN ประกาศการเสียชีวิตของเทอร์เนอร์ทางโทรทัศน์ว่า “เทอร์เนอร์เป็นตำนาน เขาปฏิวัติวงการโทรทัศน์ด้วยการสร้างช่องข่าว 24 ชั่วโมงช่องแรกที่นี่ที่ CNN”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้อาลัยถึงเขาว่าเป็น “หนึ่งในบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การออกอากาศ และเป็นเพื่อนของผม” แม้ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์ CNN ในปัจจุบันอย่างดุเดือด
การเริ่มต้นการปฏิวัติข่าวโทรทัศน์ เทอร์เนอร์เริ่มต้นอาชีพในวงการสื่อเมื่ออายุ 24 ปี โดยรับช่วงต่อบริษัทป้ายโฆษณาของบิดา “Turner Outdoor Advertising” หลังจากที่เทอร์เนอร์ผู้พ่อฆ่าตัวตาย เขาฝังความตกใจและความเศร้าโศกไว้ในการงาน แต่เทอร์เนอร์ไม่พอใจที่จะเป็นแค่ผู้ผลักดันสินค้าของคนอื่นไปตลอดกาล
เขาซื้อสถานีวิทยุหลายแห่ง จากนั้นจึงขยายไปสู่โทรทัศน์ในปี 1970 โดยการซื้อสถานีที่กำลังประสบปัญหาในแอตแลนตาที่รู้จักกันในชื่อช่อง 17 เขาพยายามเพิ่มเรตติ้งโดยการออกอากาศซิทคอมเก่าๆ และภาพยนตร์คลาสสิก และครั้งหนึ่งเคยเป็นพิธีกรรายการ “Academy Award Theatre” ด้วยตัวเอง
เทอร์เนอร์ยังไม่สนใจข่าวในเวลานั้น เขาตัดสินใจลงทุนในกีฬาแทน โดยซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเกมเบสบอลของ Atlanta Braves ผู้ชมและผู้โฆษณาต่างหลั่งไหลมาที่ช่อง และเมื่อเทอร์เนอร์เริ่มทำกำไรได้ เขาก็เริ่มคิดถึงการขยายธุรกิจโทรทัศน์ให้ใหญ่ขึ้น
ในปี 1976 เขาได้ส่งสัญญาณของช่อง 17 ขึ้นไปยังดาวเทียม และช่องนี้ก็กลายเป็นสถานีโทรทัศน์เคเบิลแห่งแรกที่มีผู้ชมจำนวนมาก ครอบคลุมผู้สมัครใช้บริการเคเบิลทั่วประเทศ
เทอร์เนอร์ซื้อทีมเบสบอล “Braves” และต่อมาก็ซื้อทีมบาสเกตบอล “Atlanta Hawks” ส่วนหนึ่งเพื่อรักษาสิทธิ์ในการออกอากาศรายการโทรทัศน์ในระยะยาว และอีกส่วนหนึ่งเพราะความสนุก
ขณะที่เขาสร้างสถานีโทรทัศน์ WTBS เขาก็ตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นไปอีก นั่นคือช่องข่าว 24 ชั่วโมง
เทอร์เนอร์วิพากษ์วิจารณ์โทรทัศน์แบบออกอากาศทั่วไปและการตัดสินใจด้านข่าวของสื่อกระแสหลักอย่างรุนแรง “เขาเชื่อว่าส่วนหนึ่งของเหตุผลที่อเมริกาประสบปัญหามากมายนั้นเป็นเพราะชาวอเมริกันด้วยกันเองขาดข้อมูล” ลิซ่า นาโปลี อดีตนักข่าว CNN เขียนไว้ในหนังสือ “Up All Night” ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการก่อตั้ง CNN เทอร์เนอร์ตระหนักว่า “ไม่มีที่ใดจะส่งเสริมความคิดเห็นที่หลากหลายได้ดีไปกว่าโทรทัศน์อันทรงอำนาจ ด้วยช่องข่าว เขาอาจช่วยกอบกู้โลกได้”
หลายคนคิดว่าความคิดของเทอร์เนอร์นั้นบ้า แต่เขาเห็นโอกาสมหาศาลในตลาด
“ผมทำงานจนถึง 7 โมงเย็น และพอถึงบ้าน ข่าวก็จบไปแล้ว” เขากล่าวไว้ครั้งหนึ่ง โดยหมายถึงข่าวภาคค่ำเวลา 6:30 น. ของสถานีโทรทัศน์ใหญ่ๆ “ดังนั้นผมจึงพลาดข่าวโทรทัศน์ไปโดยสิ้นเชิง และผมคิดว่าคงมีคนอีกมากมายที่เป็นเหมือนผม”
เทอร์เนอร์ต้องการขยายขอบเขตของข่าวโทรทัศน์ให้กว้างขึ้นอย่างมาก โดยจินตนาการถึงรายการเกี่ยวกับธุรกิจ สุขภาพ กีฬา และหัวข้ออื่นๆ เขาเองก็ยอมรับว่าเขารู้เรื่องธุรกิจข่าวเพียงเล็กน้อย แต่เขาได้คัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมงาน เช่น รีส ชอนเฟลด์ ประธานผู้ก่อตั้ง CNN
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 1980 CNN ช่องข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรก ได้ออกอากาศสดและออกอากาศมาจนถึงปัจจุบัน
เทอร์เนอร์ขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มช่องข่าว 24 ชั่วโมงช่องที่สองคือ CNN2 (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Headline News แล้วเป็น HLN) ในปี 1982 และ CNN International ซึ่งออกอากาศไปทั่วโลกในปี 1985 ต่อมาเขายังเพิ่มช่องเคเบิลที่ไม่ใช่ข่าว เช่น Turner Network Television (TNT), Turner Classic Movies (TCM) และ Cartoon Network อีกด้วย
ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 เขาได้ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เก่ากว่า 4,000 เรื่องจาก MGM และก่อให้เกิดความขัดแย้งในวงการภาพยนตร์จากการนำภาพยนตร์ขาวดำหลายเรื่องมาทำเป็นภาพสี รวมถึงเรื่องในตำนาน “คาซาบลังกา”
ในบรรดาเครือข่ายทั้งหมดของเขา CNN ถือเป็น “ลูกรัก” ของเขาเสมอมา แต่ช่วงแรกๆ ของ CNN เต็มไปด้วยปัญหาทางเทคนิคระหว่างการถ่ายทอดสดเป็นเวลานาน จึงถูกตั้งฉายาล้อเลียนจากคนในวงการโทรทัศน์ “Chicken Noodle Network” (หรือบางครั้งเรียก Chicken Noodle News) จาก CNN (Cable News Network) ในช่วงเริ่มต้นก่อตั้งเมื่อปี 1980 โดยเป็นคำล้อเลียนที่แสดงความเคลือบแคลงสงสัยว่าจะมีใครนั่งดูข่าวตลอด 24 ชั่วโมง และมักมีปัญหาทางเทคนิคหรือความผิดพลาดในการออกอากาศ
อย่างไรก็ตาม เทอร์เนอร์และผู้ช่วยของเขารู้ว่ากำลังสร้างสิ่งที่ปฏิวัติวงการ ด้วยการทำงานอย่างหนัก
“ผมใช้ชีวิตอยู่ในห้องทำงานเป็นเวลา 20 ปี” เทอร์เนอร์กล่าว ห้องทำงานของเขาอยู่ในอาคารออกอากาศของ CNN ในนครแอตแลนตา “ผมใช้ชีวิตอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของผมในช่วง 10 ปีแรก”
เขายังเป็นที่รู้จักในด้านบุคลิกที่ห้าวหาญ ซึ่งตั้งฉายาให้ตัวเองว่า “ปากเสียงแห่งแดนใต้” และ “กัปตันจอมโวยวาย” เนื่องจากเขาตั้งบริษัทในแอตแลนตา ไม่ใช่ในแอลเอหรือนิวยอร์ก และเขามีวิสัยทัศน์ที่จะนำข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมงมาสู่ผู้ชมทั่วโลก”
เขาถึงกับอาศัยอยู่ในสำนักงานใหญ่ของ CNN เป็นเวลาหลายปี มักเดินไปรอบๆ ห้องข่าวในชุดคลุมอาบน้ำ
“กระตือรือร้นที่จะถกเถียงข่าวประจำวัน” ทอม จอห์นสัน อดีตประธาน CNN กล่าว
พนักงานที่ทำงานมานานจำได้ว่าเทอร์เนอร์เดินเข้ามาในห้องข่าวโดยสวมชุดคลุมอาบน้ำ
“เขาเป็นหนึ่งในพวกเรา” จอห์นสันกล่าว
“เขาจะใส่เสื้อคลุมนอนลงมาทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของบริษัท “Hard News Café” ” จอห์นสันระลึกถึงอดีต
แต่ช่องนี้ได้พิสูจน์คุณค่าของตนเองด้วยการนำเสนอข่าวสารอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เช่น เหตุการณ์พยายามลอบสังหารประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ผู้นำสหรัฐในขณะนั้นในปี 1981 และภัยพิบัติกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ในปี 1986
เมื่อสงครามอ่าวเปอร์เซียปะทุขึ้นในปี 1990 ความสำคัญของช่องข่าว 24 ชั่วโมงก็ปรากฏชัดขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดสงคราม และมีเพียงช่อง CNN เท่านั้นที่ถ่ายทอดสด ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นคัมมิ่งออฟเอจของ CNN ที่คนในวงการเคยล้อเลียน และกระทั่งประธานาธิบดีจอร์จ บุช เคยกล่าวว่าเขารู้ข่าวจาก CNN มากกว่าที่รู้จากหน่วยข่าวกรอง CIA
“สิ่งที่เท็ดทำให้เกิดขึ้นนั้นมีความสำคัญไม่แพ้การปฏิวัติอินเทอร์เน็ต” เทอร์รี แมคเกิร์ก อดีตซีอีโอของ Turner Broadcasting กล่าว
ความสำเร็จของ CNN ทำให้ช่องข่าวอื่นๆ ทำตาม เช่น Fox News ซึ่งเปิดตัวในปี 1996 โดยรูเพิร์ต เมอร์ด็อก คู่แข่งตลอดกาลของเทอร์เนอร์
นอกจากนี้ เขายังกลายเป็นผู้ใจบุญรายใหญ่ โดยบริจาคเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ให้กับสหประชาชาติ (UN) และอีกหลายล้านดอลลาร์ให้กับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมและลงทุนในพลังงานสะอาด
เพียงหนึ่งเดือนกว่าก่อนวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเขาในปี 2018 เทอร์เนอร์เปิดเผยว่าเขาเป็นโรคสมองเสื่อมชนิด Lewy body dementia ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองที่อาจนำไปสู่ปัญหาด้านการคิด การเคลื่อนไหว พฤติกรรม และอารมณ์ อาการประสาทหลอน ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองที่ค่อยๆ รุนแรงขึ้น ในช่วงต้นปี 2025 เทอร์เนอร์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากเป็นโรคปอดบวมเล็กน้อย ก่อนจะพักฟื้นที่สถานฟื้นฟูสมรรถภาพ
คริสเตียน อามันพัวร์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ CNN สัญชาติอังกฤษ-อิหร่านคนดังและผู้คร่ำหวอดในวงการมายาวนาน ร่วมแสดงความไว้อาลัย โดยเขียนบน X ว่า: “จงจำไว้ว่าเมื่อครั้งที่ยักษ์ใหญ่เหยียบย่างอยู่บนโลก”
“เท็ด เทอร์เนอร์ สร้างการปฏิวัติสื่อที่ไม่อาจหยุดยั้งเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ”
“ตลอดเกือบ 43 ปีที่ CNN การทำงานให้กับเท็ดและวิสัยทัศน์ของเขาคือความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของฉัน ขอให้ท่านไปสู่สุคติ” อามันพัวร์กล่าว
แมรี อลิซ วิลเลียมส์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง CNN กล่าวกับ BBC ว่า เทอร์เนอร์เป็น “คนบ้าบิ่น” และ “คนที่พร้อมจะทุ่มสุดตัวกับไอเดีย”
เธอให้เครดิตเขาว่าได้สร้างเครือข่าย “ที่สามารถเชื่อมโยงโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน เพื่อให้เราทุกคนได้เห็นกันและกัน เพื่อให้เราเห็นว่าเรามีปัญหาที่คล้ายคลึงกัน และเราสามารถแบ่งปันแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมร่วมกัน โดยหวังว่าบางที อาจจะมีโอกาสที่จะเกิดสันติภาพในโลกที่วุ่นวายนี้”
“ฉันรู้ว่ามันฟังดูไร้เดียงสา หรืออาจจะดูเกินจริงด้วยซ้ำ แต่ CNN ก่อตั้งขึ้นบนความเชื่อนั้น และพวกเราทุกคนก็เชื่อมั่นในสิ่งนั้น” วิลเลียมส์กล่าว
อ้างอิง :
• CNN
• BBC
อ่านข่าวต้นฉบับ: โลกย้อนตำนานปฏิวัติช่องข่าว 24 ชั่วโมง อำลา ‘เท็ด เทอร์เนอร์’ ผู้ก่อตั้ง CNN เสียชีวิตวัย 87 ปี
