ร้านค้าตลาดจตุจักรโอด คนเดินเยอะ แต่ซื้อน้อย ยอดขายหาย 60% หนักกว่าโควิด ปล่อยเช่าเซ้งพรึ่บ
ภาพจำของ“ตลาดจตุจักร”ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ความคึกคัก คนเดินกันแน่นทุกตรอกซอกซอย แต่วันนี้บรรยากาศกลับดูเงียบเหงา นักช้อปทั้งชาวไทยและต่างชาติดูบางตา ขณะที่บางโซนขึ้นป้ายให้เช่าและเซ้งกระจายหลายโซน
จากการสอบถามพ่อค้า-แม่ขาย ต่างสะท้อนเป็นเดียวกัน “ปีนี้เงียบมาก ยอดขายหายไปเยอะ แย่ยิ่งกว่าโควิด ลูกค้ามาเดินส่วนใหญ่มากิน มาเที่ยว มากกว่าซื้อของ”
นางอรพิน(นามสมมุติ) เจ้าของร้านกระเป๋าผ้า เล่าว่า เปิดร้านขายของในตลาดจตุจักรมากว่า 10 ปีแล้ว ยอดขายเริ่มไม่ค่อยดีมาตั้งแต่โควิด-19 แต่ปีนี้ถือว่าแย่ที่สุด รายได้แต่ละเดือนแทบไม่เหลือ เพราะทุนเอาไปกินหมด ยังมีค่าเช่าอีกเดือนละ 3,000 บาทต่อล็อก
“ลูกค้ามาเดินน้อยลง โดยเฉพาะโซนด้านในๆ ที่เงียบมาก ส่วนใหญ่เดินโซนด้านนอกๆ มากิน มาเที่ยว มากกว่าจะซื้อของเหมือนเมื่อก่อน อย่างที่ร้านลูกค้าเดิมที่เป็นชางต่างชาติหายไปเยอะ และซื้อน้อยลง เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี ส่วนอเมริกาและจีนหายไปเลย เพราะเศรษฐกิจเขาก็ไม่ดี จากเดิมเคยมาซื้อเป็นหลักแสนบาท ค่อยๆ เหลือหลักหมื่นบาทและหลักพันบาท”
นางอรพินฝากถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)ทั้งคนปัจจุบันนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคนใหม่ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า ผู้ว่าฯชัชชาติ ถือว่าทำงานดีอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ถ้าได้รับเลือกอีกครั้งก็ขอให้ทำดีกว่านี้ หรือหากเป็นคนใหม่ที่ได้รับเลือกเข้ามาก็หวังว่าจะบริหารงานที่ดีกว่านี้เช่นกัน โดยเฉพาะทางเท้าที่เห็นซ่อมบ่อยมากในโซนถนนรามอินทรา
“ส่วนตลาดนัดจตุจักร อยากให้ช่วยโน้มน้าวนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยอะๆ และไม่อยากให้ผู้ว่าฯกทม.คืนตลาดจตุจักรกลับไปให้การรถไฟฯ เพราะกลัวจะมีการปรับค่าเช่าขึ้นอีก เพราะตอนนี้ก็ค้าขายลำบากอยู่แล้วและขายได้เดือนละ 8 วันเท่านั้น ตอนนี้มีหลายโซนที่ปิดป้ายให้เช่าเช็งกันเยอะมาก” นางอรพินกล่าว
ด้านนายสมศักดิ์(นามสมมุติ)เจ้าของร้านขายของฝาก กล่าวว่า ปัจจุบันยอดขายหายไป 60% ถือว่าหนักสุดในรอบ 2-3 ปี เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเหมือนเมื่อก่อน ส่วนใหญ่ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อสินค้าเป็นกลุ่มยุโรป เอเชีย ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ส่วนจีนน้อยลง
“ลูกค้ายังมีเข้ามา แต่ซื้อน้อยลง และซื้อเป็นของฝาก 2-3 แพค แต่เรามีขายส่งด้วย นอกจากหน้าร้านที่จตุจักรแล้ว มีขายส่งไปที่ภูเก็ต กระบี่ พัทยา สมุย พังงา สถานการณ์ค้าขายจะคล้ายกันคือเงียบ ยอดขายลดลง เพราะนักท่องเที่ยวบางตา”
นายสมศักดิ์กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลหรือผู้ว่าฯกทม.ช่วยทำการโปรโมตตลาดจตุจักร ว่าเป็นแลนด์มาร์กของประเทศ พร้อมทั้งนำสินค้าชุมชนเข้ามาจำหน่ายเยอะๆ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาและขอให้เข้ามาดูแลสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาตีตลาดด้วย
“นอกจากนี้ขอให้ผู้ว่าฯกทม.เข้ามาปรับปรุงโครงสร้างหลัวคาใหม่ เพราะใช้งานมา 40 ปีแล้ว และขอให้ตรึงค่าเช่าไว้ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายก็ไม่ดี” นายสมศักดิ์กล่าว
ด้านแม่ค้าร้านข้าวแกงรายหนึ่ง เผยว่า ตอนนี้ยอดขายไม่ค่อยดี ลูกค้าน้อยลง พอหลังบ่าย 2 แล้ว ร้านจะเงียบ ไม่คึกคักเหมือนเมื่อก่อน
เช่นเดียวกับพ่อค้าร้านกาแฟ บอกว่าตอนนี้คนเดินน้อยมาก ลูกค้าหายไป 30% ถือว่าหนักยิ่งกว่าโควิด
“น้องพลอย” ร้านขายเสื้อผ้าโซนริมราง ถือว่าเป็นโซนที่คนเดินเยอะ และเป็นโซนที่ค่าเช่าแตะหลัก 10,000 บาทต่อเดือนต่อล็อก โอดว่ายอดขายหายไปร่วม 30% คนเดินน้อยลงจากเมื่อก่อนมาก
นอกจากเสียงสะท้อนจากพ่อค้า-แม่ขายที่พรั่งพรูออกมาแล้ว อีกความเปลี่ยนแปลงที่เห็นคือ มีร้านของฝาก “THAILAND 100 BAHT SHOP” ที่มีกระจายอยู่หลายแห่ง โดยเป็นการขายสินค้าเบ็ดเตล็ดทั้งของกิน ของใช้ เครื่องสำอางค์ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นสินค้าและแบรนด์ที่ต่างชาติชื่นชอบ และซื้อกลับประเทศ และจากการสอบถามพบว่าขายดีมาก
อ่านข่าวต้นฉบับ: ร้านค้าตลาดจตุจักรโอด เดินเยอะซื้อน้อย ยอดขายหาย 60% หนักกว่าโควิด ปล่อยเช่าเซ้งพรึ่บ
