กระทรวงเกษตรฯ เห็นชอบหลักการประกันภัยข้าวนาปี 2569 รัฐบาล-ธ.ก.ส.ร่วมอุดหนุนเบี้ยประกันให้เกษตรกรรายย่อยและลูกค้า ธ.ก.ส. ครอบคลุมไม่เกินรายละ 10 ไร่ เร่งเสนอเข้าบอร์ด ธ.ก.ส.-นบข.ภายในเดือน มิ.ย.นี้ พร้อมนำภาพถ่ายดาวเทียมประเมินความเสียหาย หวังจ่ายค่าสินไหมถึงมือชาวนาใน 7-14 วัน รับมือภัยแล้ง-น้ำท่วมฉับพลันจากเอลนีโญ
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการประกันภัยการเกษตร ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2569 โดยใช้รูปแบบผสมผสานที่มุ่งดูแลเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงระบบประกันภัยอย่างทั่วถึงมากขึ้น
โครงการดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ร่วมกันสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรรายย่อยและกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกไม่เกินรายละ 10 ไร่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชาวนาสามารถรับมือความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ประเมินว่า สถานการณ์เอลนีโญยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรง รวมถึงน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ การเดินหน้าโครงการประกันภัยข้าวนาปีจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงด้านรายได้ และเพิ่มหลักประกันให้เกษตรกรในช่วงฤดูเพาะปลูก
นายวิณะโรจน์กล่าวว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ฝ่ายเลขานุการเร่งนำมติเสนอเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด ธ.ก.ส. และคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อให้ทันต่อรอบการเพาะปลูก และช่วงเวลาที่เกษตรกรต้องการความคุ้มครองมากที่สุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางปฏิรูประบบประกันภัยการเกษตรให้มีความอัจฉริยะและคล่องตัวมากขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมขั้นสูงมาใช้ประเมินความเสียหาย ควบคู่กับระบบประเมินเดิม เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดขั้นตอน และเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ถึงมือเกษตรกรภายใน 7-14 วัน
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรมีความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ลดปัญหาความล่าช้าในการตรวจสอบความเสียหายหลังเกิดภัยธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นควรให้มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงแก่เกษตรกร เพื่อให้สามารถปรับตัว วางแผนการเพาะปลูก และบริหารความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า โครงการประกันภัยข้าวนาปี 2569 จะเป็นโมเดลสำคัญในการยกระดับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร จากเดิมที่เน้นการบรรเทาความเดือดร้อนเป็นรายครั้ง ไปสู่การสร้างหลักประกันความมั่นคงในอาชีพอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกประกันภัยตามมาตรฐานสากลเป็นเครื่องมือหลักในการปกป้องผลผลิตและรายได้ของชาวนาไทยในระยะยาว