นายกรัฐมนตรีอินเดีย ขอความร่วมมือประชาชน เลี่ยงซื้อ ‘ทองคำ’ ซึ่งมีความสำคัญทางวัฒนธรรม ทั้งการออม การแต่งงาน ตลอดจนเทศกาลทางศาสนา อย่างน้อย 1 ปี เหตุต้องการรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ท่ามกลางภาวะสงครามอิหร่าน ซึ่งน้ำมันและทองแพง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เรียกร้องให้ชาวอินเดียเลี่ยงการซื้อทองคำอย่างน้อย 1 ปี เพื่อรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ นับเป็นการเรียกร้องที่น่าประหลาดใจ เนื่องจากทองมีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นการออม การแต่งงาน และวันสำคัญทางศาสนา
“ในช่วงเวลาหนึ่งปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม เราไม่ควรซื้อเครื่องประดับทองคำ” โมดีกล่าวเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 พร้อมทั้งขอให้ประชาชนลดการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงงดการเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่จำเป็น และกล่าวว่า อินเดียต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อนำเข้าทองคำ ดังนั้นประชาชนควรงดการซื้อทองโดยที่ไม่จำเป็น
คำขอที่ไม่ธรรมดานี้ เน้นย้ำว่าสงครามในตะวันออกกลางและการขาดแคลนพลังงาน กำลังทำให้อินเดียขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นและค่าเงินรูปีอ่อนแอลง
ยังต้องรอดูกันต่อไปว่า ชาวอินเดียจะปฎิบัติตามคำขอของโมดีมากน้อยเพียงใด เนื่องจากทองคำนั้นแทรกซึมอยู่เกือบทุกแง่มุมชีวิตชาวอินเดีย ทั้งในทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยนอกจากจะนิยมเก็บออมทองคำแล้ว ยังนิยมซื้อทองคำในงานแต่งงานและงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล
ทั้งนี้ อินเดียเป็นประเทศผู้นำเข้าทองคำรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน และทองคำมีสัดส่วนในค่าใช้จ่ายด้านการนำเข้าของอินเดียมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากน้ำมัน
หลังคำกล่าวของโมดี วันที่ 11 พ.ค. หุ้นของ Titan Co. บริษัทเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ร่วงลงมากถึง 6.6% ในตลาดหลักทรัพย์มุมไบ ขณะที่หุ้นของ Senco Gold และ Kalyan Jewellers India ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทจำหน่ายเครื่องประดับทองและเพชรรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย ร่วงลงมากถึง 10.8% และ 9.5% ตามลำดับ
อ่านข่าวต้นฉบับ: รัฐบาลอินเดีย ขอร้องประชาชน เลี่ยงซื้อ ‘ทองคำ’ ตลอดปี