กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันพร้อมตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรียกรับผลประโยชน์ หลังถูกระบุในผลสำรวจความโปร่งใสภาครัฐ ย้ำยึดหลัก “ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก” ไม่เข้าข้างใคร หากพบผิดลงโทษขั้นสูงสุด พร้อมชูระบบบริการดิจิทัลครบ 100% ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้า สกัดช่องทางทุจริต
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยกรมยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อแสดงความโปร่งใสในทุกกระบวนการ
ทั้งนี้ กรมมีความเข้มงวดในการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน โดยหากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือประชาชน กรมจะเร่งตรวจสอบทันที เนื่องจากส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการให้บริการ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมได้นำระบบดิจิทัลมาใช้ให้บริการในทุกกระบวนงาน เพื่อช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ
กรณีผลสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ “คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน” ที่มีการระบุชื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ โดยอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ในหัวข้อจำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อ กรมรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากปัจจุบันภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว
ระบบบริการดิจิทัลของกรม เช่น การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทผ่านระบบ DBD Biz Regist การจดทะเบียนบริษัทมหาชนผ่านระบบ DBD e-PCL การนำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านระบบ e-Foreign Business การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ โดยระบบเหล่านี้มีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100%
นอกจากนี้ กรมได้ทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้ทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ พร้อมจัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการและการให้บริการที่มีรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบเอกสาร ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
ขณะเดียวกัน ยังมีระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนทราบระยะเวลาการให้บริการอย่างชัดเจน ลดความคลางแคลงใจ และช่วยลดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ซึ่งเป็นต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชัน
นายพูนพงษ์กล่าวว่า แม้กรมจะกำชับเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด แต่เมื่อมีผลสำรวจดังกล่าว กรมพร้อมเดินหน้าตรวจสอบข้อกล่าวอ้างบนหลัก “ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก” โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด
หากพบการกระทำผิด กรมฯ พร้อมดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด พร้อมเตรียมเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันอังคารหน้า เพื่อรับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว ให้การปฏิบัติงานเกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน
กรมเห็นด้วยและขอชื่นชมภาคเอกชนที่กล้าแสดงออก และเข้ามาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการและการให้บริการของภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจและการใช้บริการภาครัฐ รวมถึงร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศและสะสมมายาวนาน
อย่างไรก็ตาม กรมมีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่หลายหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 401 ราย และข้อคำถามที่อาจไม่ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจและประชาชนหากพบเห็นเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรียกรับผลประโยชน์ หรือมีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น สามารถร้องเรียนผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th� และ Call Center 1570
“กรมขอขอบคุณทุกข้อร้องเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความโปร่งใส และยกระดับภาครัฐให้เป็นที่พึ่งแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างแท้จริง” นายพูนพงษ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมพัฒน์ฯ ลั่น “ผิดก็ว่าผิด” พร้อมสอบปมสินบน ชูบริการดิจิทัล 100% สกัดทุจริต