คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า ผู้เขียน : ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, CFA, จงรัก ก้องกำชัย ธนาคารกสิกรไทย
ค่าเงินบาทในปีนี้กลับมาเคลื่อนไหวผันผวนสูงอีกครั้ง โดยความกว้างของการเคลื่อนไหวเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ราว 20 สตางค์ ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นรองเพียงปี 2022 ที่เงินบาทผันผวนมากที่สุด (21 สตางค์ต่อวัน) สะท้อนว่าตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของไทยกลับเข้าสู่ภาวะที่คาดเดายากมากขึ้น
โดยปกติแล้ว ค่าเงินบาทมักอ่อนไหวกับปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ น้ำมัน และทองคำ แต่ในภาวะปกติ สินทรัพย์ทั้งสามมักไม่ได้เคลื่อนไหวแรงพร้อมกันมากนัก เช่น ในปี 2025 แรงกดดันหลักมาจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าหนักแตะจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี จากกระแส Dedollarization และคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย
ขณะที่ทองคำปรับขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่ตามความต้องการสินทรัพย์รักษามูลค่าในช่วงดอกเบี้ยขาลง แต่ราคาน้ำมันยังค่อนข้างนิ่งในกรอบ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แต่ปีนี้ ภาพเปลี่ยนไปชัดเจน เพราะทั้ง 3 ปัจจัยหลักไม่ได้เพียงเคลื่อนไหวแรง แต่ยังแกว่งกลับไปมารายวัน สะท้อนจากราคาน้ำมันพุ่งจากโซน 60-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นไปเกือบ 130 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ทองคำทำจุดสูงสุดใหม่บริเวณ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนย่อลงมาใกล้ 4,099 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนดอลลาร์สหรัฐแม้จะแข็งค่าขึ้นแตะ 100 จุดได้ในระยะสั้น แต่กลับยังถูกเทขายแม้อยู่ในภาวะสงคราม ซึ่งถือว่าผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง
มองไปข้างหน้า เงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวนสูงต่อเนื่อง จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงรายวันและสงครามที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจน แม้ปี 2026 เงินบาทจะยังไม่ได้เคลื่อนไหวไปไกลเท่าปี 2022 โดยมีกรอบทั้งปีเพียง 2.2 บาท เทียบกับ 6.4 บาทในปี 2022 แต่ความผันผวนรายวันกลับใกล้เคียงกันมากที่ 20 สตางค์ต่อวัน เทียบกับ 21 สตางค์ในปี 2022
สะท้อนว่าความเสี่ยงปีนี้ไม่ได้อยู่ที่การอ่อนหรือแข็งค่าเป็นเทรนด์ใหญ่เท่านั้น แต่อยู่ที่การแกว่งแรงและเปลี่ยนทิศเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนยังต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงค่าเงินมากขึ้นในปีนี้
ปัจจุบันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และยังมีโอกาสแกว่งไปทั้งสองทิศทาง โดยระยะสั้นมองแนวต้านที่ 33.00 หากดัชนีดอลลาร์สหรัฐยืนเหนือ 100 จุด หรือราคาน้ำมันกลับเร่งขึ้นใกล้ 110-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่าทะลุไปถึง 34-35 ยังไม่มากนัก เนื่องจากเฟดน่าจะอยู่ในภาวะคงดอกเบี้ยสูงนาน มากกว่าการเริ่มวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ ทำให้แรงกดดันหลักต่อบาทมาจากราคาน้ำมันมากกว่า
ขณะที่หากความเสี่ยงสงครามผ่อนคลายลงชัดเจน เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่าเข้าใกล้โซน 32.00 ได้ก่อน
อ่านข่าวต้นฉบับ: บาทแกว่งหนักในปีนี้ : ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทยกำลังเจออะไร