ต้นทุนแพ็กเกจจิ้งเริ่มพ่นพิษ กระป๋อง-เยื่อกระดาษ ขึ้นราคา 10-15% โรงงานโอดขึ้นราคาตามไม่ได้ เพราะทำสัญญาล่วงหน้าไปแล้ว ชี้ออร์เดอร์ยังมีต่อเนื่อง แต่ผู้ผลิตโดนปัญหาต้นทุนรุมเร้าหนัก ต้องแบกไว้เอง
นายปิยวงศ์ ศรีแสงงาม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) เปิดเผยว่า ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์ หรือแพ็กเกจจิ้ง ผู้ประกอบการอาหารหลายรายเริ่มมองหาแหล่งผลิตใหม่ โดยเฉพาะจากจีน เนื่องจากบางกรณีสามารถส่งมอบสินค้าได้เร็วกว่า ราคาถูกกว่า และมีความยืดหยุ่นด้านการผลิตมากกว่าผู้ผลิตในประเทศ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในประเทศบางรายกำหนดขั้นต่ำการผลิตค่อนข้างสูง เช่น ต้องสั่งผลิตตั้งแต่ 10,000 ชิ้นขึ้นไป ขณะที่ผู้ประกอบการอาหารบางรายต้องการใช้เพียง 3,500 ชิ้น หรือ 1,000 ชิ้น ทำให้ไม่สามารถสั่งผลิตได้ หรือได้ราคาที่ไม่เหมาะสมกับต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนบางรายสามารถรับผลิตในปริมาณที่ต่ำกว่า และยังมีราคาถูกกว่าประมาณ 20% ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มพิจารณาทางเลือกจากต่างประเทศมากขึ้น
“กรณีนี้ทำให้ผู้ผลิตแพ็กเกจจิ้งไทยต้องเริ่มเห็นคู่แข่งต่างประเทศชัดเจนขึ้น และอาจต้องปรับตัวด้านราคา ขั้นต่ำการผลิต และความยืดหยุ่น หากไม่ต้องการเสียลูกค้าในระยะยาว” นายปิยวงศ์กล่าว
นอกจากนี้ยังพบว่าภาคเอกชนยังเริ่มประเมินผลกระทบจากค่าแรงที่มีแนวโน้มปรับขึ้น จากระดับ 300 กว่าบาทต่อวัน ไปสู่ 400 บาทต่อวัน ทำให้หลายบริษัทเริ่มพิจารณาลงทุนเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการมองว่ามีความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องควบคุมต้นทุนระยะยาว และลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังเผชิญปัญหาด้านผลผลิตวัตถุดิบ โดยเฉพาะผลไม้
ด้าน นางสาวกรกฎ บุตรอากาศ อุปนายกและประธานกลุ่มผู้ผลิตสับปะรด กล่าวว่า ผู้ผลิตสับปะรดกระป๋องอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ต้นทุนในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากแผ่นเหล็ก ซึ่งคิดเป็นต้นทุนประมาณ 30-40% ของต้นทุนสับปะรดกระป๋อง โดยปกติผู้ผลิตจะเจรจาคำสั่งซื้อล่วงหน้ากับลูกค้าประมาณ 3-6 เดือน โดยคำสั่งซื้อไตรมาส 3 มีการเจรจาและตกลงราคาไปแล้ว หากต้นทุนผู้ผลิตเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นระหว่างทางจากสถานการณ์ปัจจุบัน การขอปรับราคากับลูกค้าทำได้ยาก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ยอมปรับขึ้นราคา
“ต้นทุนที่ขึ้นผู้ผลิตจึงเป็นผู้ที่ต้องแบกรับทั้งหมด และนอกจากกระป๋องจะขึ้นแล้วยังมีเรื่องเยื่อกระดาษที่ปรับขึ้นแล้ว 10-15%” นางสาวกรกฎกล่าว
อย่างไรก็ดีภาพรวมอุตสาหกรรมไม่ได้ขาดออร์เดอร์ ตรงกันข้ามความต้องการสินค้าอาหารยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารแปรรูปและอาหารกระป๋องซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในช่วงวิกฤต แต่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกก็ยังต้องเผชิญปัญหา คือ ธุรกิจอาหารจำนวนมากทำสัญญาขายล่วงหน้า แต่เมื่อราคาน้ำมัน ค่าระวาง แพ็กเกจจิ้ง และวัตถุดิบขยับขึ้นในระหว่างทาง ผู้ผลิตจึงไม่สามารถปรับราคาขายตามต้นทุนได้ทั
“รายได้เพิ่ม ความต้องการตลาดเพิ่ม แต่ต้นทุนสูงขึ้น 10-30% กำไรจึงถูกบีบ ผู้ประกอบการต้องประคองตัว”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ต้นทุนแพ็กเกจจิ้งเริ่มพ่นพิษ ขึ้นราคา 10-15% ผู้ผลิตโอดปรับราคาขายไม่ได้