ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดมีท่าทีกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการกล่าวกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ว่าอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และต้องทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ประธานานาธิบดีจีนไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า ความไม่สงบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องดำเนินการต่อไป
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 105.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 109.26 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์หลายรายยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์พลังงานโลก หลังจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน ส่งผลให้มีการนำน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกมาใช้ในปริมาณมากสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อบรรเทาสถานการณ์ความวุ่นวายของโลกในการจัดหาน้ำมันในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปยังมีแนวโน้มตึงตัวอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน และการโจมตีโรงกลั่นของรัสเซียโดยยูเครนที่ยังดำเนินต่อไป และอาจส่งผลต่อราคาที่จะสูงขึ้นได้ในอนาคต
ตลาดจับตาสถานการณ์การเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านระบุว่า มีเรือประมาณ 30 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซระหว่างวันพุธ และวันพฤหัสบดี ซึ่งยังน้อยกว่า 140 ลำต่อวันในช่วงเวลาปกติ นอกจากนี้บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการขนส่งทางเรือ ได้กล่าว เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 ที่ผ่านมาว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือ 10 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มมุซได้ เมื่อเทียบกับ 5-7 ลำที่แล่นผ่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ปรับเพิ่มขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านตึงเครียดอีกครั้ง
