ทำความรู้จัก “CLICX” เวอร์ชวลแบงก์แห่งแรกของไทย จาก 3 ยักษ์ใหญ่ สื่อสาร-น้ำมัน-การเงิน กับภารกิจพาคนไทยทุกกลุ่ม เข้าถึงสินเชื่อ-บริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม
หลังจากกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเริ่มต้นการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา และได้ประกาศผู้ได้รับความเห็นชอบจาก รมว.คลัง ให้จัดตั้ง Virtual Bank เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา
หนึ่งในกลุ่มที่ประกาศความพร้อม และเตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว คือ “ธนาคารคลิกซ์ (CLICX Bank)” Virtual Bank ที่เกิดจาก 3 ธุรกิจยักษ์ใหญ่ ทั้ง โออาร์ (OR) เอไอเอส (AIS) และธนาคารกรุงไทย (Krungthai)
สำหรับธนาคารคลิกซ์ (CLICX) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 5,000 ล้านบาท (อ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ภายหลังได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแล้วเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568
โดยโออาร์ (OR) เอไอเอส (AIS) และธนาคารกรุงไทย (Krungthai) ได้จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ชื่อว่า ‘บริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด’ เพื่อถือหุ้นในธนาคารคลิกซ์ ในสัดส่วน 95% (โดยในภายหลัง สัดส่วนการถือหุ้นโดย HoldCo จะเป็น 99.99%)
สำหรับ ‘ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง’ มีสัดส่วนการถือหุ้นของ 3 บริษัท คือ ADVANC 39% KTB 41% และ OR 20%
ทั้งนี้ ธนาคารคลิกซ์ ได้รับอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank จากธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และมีแผนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า จุดแข็งของโครงสร้างพันธมิตรกลุ่มนี้ มองว่าเป็นกิจการค้าร่วม (Consortium) ที่แข็งแกร่ง และตอบโจทย์เป้าประสงค์ของนโยบายรัฐ ในการจัดตั้ง Virtual Bank และตอบโจทย์เรื่องการบรูณาการโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่สามารถตอบโจทย์ ผู้ให้บริการทางการเงินในระบบ แต่อาจยังได้รับบริการที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่ม Underserved และกลุ่ม Unbank ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าไม่ถึงผู้ให้บริการในระบบ เพราะติดอุปสรรค
อย่างไรก็ดี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ทั้ง Technology และ Beyond Banking และ Ecosystem ในการเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ
“เรามองว่าพันธมิตรทั้ง 3 ราย เป็นจุดแข็งในเชิงโครงสร้าง แต่ในแง่ของธุรกิจก็สามารถมี Business Partnership ต่อได้ โดยทั้ง 3 รายมีทั้งความแข็งแกร่ง และความสามารถในการตอบโจทย์เป้าประสงค์ของนโยบายการตั้ง Virtual Bank นี้ได้”
CLICX เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bank in One CLICX” ที่ยกระดับจากการเป็นเพียงธนาคารดิจิทัล สู่การเป็น Beyond Banking ที่ผสานบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ
โดย CLICX พัฒนาระบบและองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ตั้งแต่การใช้ AI จนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริง และการใช้ Alternative Data-Open Data ตามนโยบายของแบงก์ชาติ เพื่อทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น และนำไปสร้างแบบจำลองการประเมินเครดิตแบบใหม่ที่นำข้อมูลทางเลือกมาใช้เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้ดีกว่าแบบจำลองปัจจุบัน
อีกหนึ่งส่วนสำคัญ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของแบงก์ชาติในการเปิด Virtual Bank คือ เรื่องการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม (Financial Inclusion) โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ พนักงานจบใหม่ แม่ค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการรายย่อย ที่อาจมีข้อจำกัดด้านเอกสารรายได้ ประวัติทางการเงิน หรือรูปแบบรายได้
การมีข้อมูลทางเลือกที่ช่วยให้เห็นภาพพฤติกรรมจริงของผู้คนในระบบนิเวศ ที่สามารถสร้างความเข้าใจลูกค้าได้ชัดกว่า ช่วยให้สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าได้ดีขึ้นเหล่านี้ทำให้มองเห็นภาพของลูกค้าในมิติใหม่ แม้จะไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินโดยตรง ลดปัญหาหนี้นอกระบบและเศรษฐกิจนอกระบบ ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงินและสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีผ่านแนวคิดการเงินเชิงพฤติกรรม (Behavioral Finance) ในการส่งเสริมการออมเงินเพื่อสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ทั้งนี้ ตามประกาศของกระทรวงการคลัง เมื่อปี 2567 ออกประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ผสานความเชี่ยวชาญ 3 ด้าน ได้แก่ ธนาคาร-เทคโนโลยีดิจิทัล-ข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรม เข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน
กำหนดมุ่งเน้นบริการทางการเงินแก่ 1.ผู้ไม่มีรายได้ประจำ และ SMEs 2.กลุ่มที่ไม่ได้รับบริการการเงินอย่างเพียงพอ (Underserved) และ 3.กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unserved) 4.กลุ่มเข้าไม่ถึงสินเชื่อและกลุ่มเป็นหนี้นอกระบบ
Virtual Bank เป็นธุรกิจอยู่ภายใต้การกำกับโดย แบงก์ชาติ เหมือนธนาคารพาณิชย์อื่น และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และระบบของ Virtual Bank ต้องแยกจากสถาบันการเงินอื่นอย่างชัดเจน
และ Virtual Bank ต้องตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย และมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ในระยะแรก และไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในระยะปกติ และสามารถเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะได้
ขณะที่ ธปท. จะกำกับดูแลอย่างเข้มข้น ในช่วง 3-5 ปีแรกของการเริ่มธุรกิจ Virtual Bank เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตาม Green Line ของแบงก์ชาติ คือ เกิดบริการรูปแบบใหม่ มีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะลูกค้า Unserved/Underserved ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของแบงก์ชาติ ต้องสร้างประสบการณ์การใช้บริการดิจิทัลที่ดีแก่ลูกค้า และกระตุ้นการแข่งขันในระบบสถาบันการเงินอย่างเหมาะสม
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเมื่อเดือนเมษายน 2569 ว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) นั้น สำหรับผู้ที่ผ่านการอนุมัติทั้ง 3 รายจะมีกำหนดเวลาที่จะต้องขอใบอนุญาต (License) และเปิดให้บริการ ซึ่งก่อนจะเปิดให้บริการได้นั้นผู้ประกอบการทั้ง 3 รายจะต้องมีการจัดทำระบบด้านต่าง ๆ และปฏิบัติตามเงื่อนไขให้สอดคล้องกับคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต จึงจะสามารถเปิดให้บริการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาตามลำดับ
อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการรายใดไม่สามารถทำระบบได้ทันตามกำหนดเวลาสามารถขอขยายเวลาการเปิดให้บริการออกไปได้ หรือกรณีไม่พร้อมสามารถคืนใบอนุญาตได้เช่นกัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: CLICX คือใคร ? ทำความรู้จัก Virtual Bank รายแรกของไทย