เอกนิติ ชี้ลงทุนหนุนจีดีพีไตรมาส 1 ยังโต ตัวเลขการลงทุนพุ่งในรอบ 11 ปี ระยะต่อไปยังน่าห่วง ชงไทยช่วยไทยพลัส เข้าครม. พรุ่งนี้ (19 พ.ค.)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการที่จีดีพีไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัว 2.8% จาก 2.5% ไตรมาสก่อน นายเอกนิติเปิดเผยว่า เครื่องชี้ที่โดดเด่นคือ การลงทุนรวมที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี โดยมองว่าการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 10.1% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 6.5% ในไตรมาสก่อนนั้น สอดคล้องกับการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปลดล็อกการลงทุนภาคเอกชนผ่าน BOI Fast Pass ให้ลงทุนง่ายขึ้น
รวมทั้งนโยบายเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐทำให้เม็ดเงินการลงทุนภาครัฐขยายตัว 9.4% นอกจากนี้เครื่องชี้ด้านการส่งออกยังออกมาดี จากการเร่งการส่งออกช่วงมาตรการภาษีทรัมป์
“การที่จีดีพีไตรมาส 1 ปี 2569 นี้โตขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะได้เครื่องชี้การลงทุนรวมเป็นพระเอก รวมทั้งการส่งออกที่เร่งขึ้นจากมาตรการภาษีทรัมป์ ทั้ง 2 เครื่องชี้ที่โดดเด่นนี้ สะท้อนสิ่งที่กระทรวงการคลังตั้งในทำ เพื่อเป็นเครื่องยนต์ที่กระตุ้นระยะสั้น แต่จะได้ผลในระยะยาว ตอนนี้เหมือนเรามองกระจกหลังรถ หรือผลดีที่เกิดขึ้นก่อนความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ทางข้างหน้ายังขรุขระ และยังมีเรื่องน่าห่วงอยู่” นายเอกนิติ กล่าว
ทั้งนี้ แม้จีดีพีไทยจะขยายตัวจากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากช่วงเกิดความขัดแย้งตะวันออกกลาง แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่าห่วง คือการลงทุนที่เติบโตไม่ทั่วถึง SME และประชาชนตัวเล็ก รวมถึงวิกฤตพลังงานและวิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันยังคงสูงไปอีก 1-2 ปี และเงินเฟ้อจะสูงขึ้น เกิดวิกฤตหลายระลอก ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือ
นายเอกนิติกล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) จะเสนอแผนก่อหนี้และโครงการไทยช่วยไทยพลัสให้ ครม.เห็นชอบ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยวิกฤตที่เกิดขึ้นอยู่นี้คือวิกฤตปากท้อง ซึ่งต้องบรรเทาผลกระทบปากท้องและลงทุนกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปพร้อม ๆ กัน การกู้เงิน 2 แสนล้านบาท จะช่วยพยุงค่าครองชีพและช่วยลดผลกระทบระยะยาวจากวิกฤตดังกล่าว
ทั้งนี้ การกู้เงิน 2 แสนล้านบาทในปีงบประมาณนี้ จะทำให้หนี้สาธารณะอยู่ที่ 68% ของจีดีพี ไม่เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะ โดยมองว่าการลงทุนจะช่วยดัน GDP ให้สูงขึ้น และจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีลดลง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังหารือกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหรกรณ์ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย ผ่านมาตรการปุ๋ยคนละครึ่ง เนื่องจากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากการที่วัตถุดิบปุ๋ยราคาสูงขึ้นจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อช่วยการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับ: เอกนิติ ชี้ลงทุนหนุนจีดีพี Q1 ยังโต ระยะต่อไปน่าห่วง ชงไทยช่วยไทยพลัสเข้า ครม.พรุ่งนี้
