นายกฯ ย้ำ ฐานะรัฐบาลเป็นแค่ “ผู้อำนวยความสะดวก” ในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ลุ้น ครม. พิจารณาพรุ่งนี้ แหล่งข่าว กสทช. เผย แม้ไม่มีกฎ Mus have แต่ยังมี must carry ที่เอกชนต้องประเมินคุ้มไม่คุ้ม ฉายฟรี หรือ pay per view
ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 หลังจากมีรายงานข่าวว่า อาจมีการพิจารณายกเลิกการเจรจาเนื่องจากค่าลิขสิทธิ์สูงเกินไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะทำทุกทางแต่ในฐานะ “ผู้อำนวยความสะดวก” ไม่ได้ใช้เงินแผ่นดิน
“รัฐบาลประสานงานอย่างสุดความสามารถ และได้พยายามหาหนทางทุกอย่าง ไม่ได้ใช้ของแผ่นดิน แต่ประสานงานให้ผู้ที่แสดงเจตจำนงค์ ที่อยากให้มันเกิดขึ้น จะช่วยอำนวยความสะดวกทุกอย่าง”
เมื่อถามว่า คนไทยยังมีโอกาสได้รับชมฟุตบอลโลกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “Best Effort” (จะพยายามให้ดีที่สุด)
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อาจมีการรายงานความคืบหน้าเรื่องการเจรจาลิขสิทธิ์ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค. 2569)
รายงานข่าว ระบุด้วยว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้กรมประชาสัมพันธ์ เป็นเจ้าภาพไปเจรจาออนไลน์กับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย โดยเบื้องต้นมีการเจรจาออนไลน์แล้ว แม้ราคาที่เสนอจะเป็นไปตามอัตรามาตรฐานสากล แต่ไทยจำเป็นต้องประเมินปัจจัยทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เช่น ภาษี และค่าบริหารจัดการระบบเทคนิคเพิ่มเติม รวมถึงความกระชั้นชิดของการแข่งขันใกล้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 นี้แล้ว
แหล่งข่าว จาก สำนักงาน กสทช. ระบุว่า แนวทางการเจรจายึดวงเงินใกล้เคียงกับการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งนั้น สำนักงาน กสทช. สนับสนุน 600 ล้านบาท รวมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนอีกราว 700 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายทางเทคนิค เมื่อฝ่ายไทยเสนอราคาที่ไม่เกินราคาเดิม การเจรจากลับเผชิญข้อจำกัด เนื่องจากผู้ถือลิขสิทธิ์คาดหวังราคาในระดับสูงกว่าที่ไทยสามารถรับได้ หรือต้องไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท จึงมีการกลับมาทบทวนความสำคัญของการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ว่าจะคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่
เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. อีกราย ได้เปิดเผยมุมมองด้วยว่า การขอสนับสนุนงบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก จาก กองทุน กทปส. ต้องให้คณะกรรมการ กสทช. เป็นผู้ลงมติเห็นชอบ แต่เงื่อนไขของการถ่ายทอดสดรอบนี้ต่างออกไป ด้วยมีการถอดรายการฟุตบอลโลกออกจากกฎ must have แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องจัดหามาถ่ายทอด
แต่กฎ Must carry ยังคงมีอยู่ ดังนั้นหากมีหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน ซื้อลิขสิทธิ?มาถ่ายทอดสด แล้วมีการฉายผ่านฟรีทีวี หรือ ทีวีดิจิทัล แม้เพียงครั้งก็ต้องถือตามกฎ must carry ที่จะต้องถ่ายทอดสดทุกช่องทาง
“หากช่องฟรีทีวี (ทีวีดิจิทัล) ช่องใดช่องหนึ่งนำรายการนั้นไปฉาย แพลตฟอร์มอื่น ๆ (เช่น กล่องดาวเทียม, กล่อง IPTV, แอปพลิเคชันมือถือ) จะต้องได้รับสิทธิ์ในการดึงสัญญาณช่องนั้นไปฉายต่อด้วยอย่างเท่าเทียม โดยห้ามดัดแปลงหรือตัดสัญญาณ”
แต่หากไม่มีการถ่ายทอดทางทีวี ก็ ใช้ระบบ pay per view เรียกเก็บเงินสมาชิกมารับชมต่อไป หรือหาสปอนเซอร์ ตามแต่โมเดลธุรกิจของภาคเอกชน ถ้าเห็นว่าจะมีคนดูมากพอและคุ้มค่าลิขสิทธิ์
แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า ฟุตบอลโลก 2026 มีระยะเวลาแข่งขันเพียงประมาณ 1 เดือน ซึ่งจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ทำให้การถ่ายทอดสดข้ามไทม์โซนไม่เอื้อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยบางคู่เริ่มแข่งขันประมาณ 03.00 น.และบางคู่จบในช่วงเช้าประมาณ 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย พวกธุรกิจที่เคยได้รับอานิสงส์จากฟุตบอลโลก เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง อาจสร้างประโยชน์ได้ไม่เต็มที่
แต่หากเอกชนประเมินแล้วว่าคุ้มค่า ก็ต้องเป็นการถ่ายทอดสดแบบ pay per view เรียกเก็บเงิน หรือจะฉายฟรีแบบ must carry แล้วได้ราคาที่ถูกลง ก็ต้องขอเจรจาซื้อรอบลึก ๆ ไม่ต้องถ่ายทอดครบทุกคู่ทุกแมตซ์ก็ได้
อ่านข่าวต้นฉบับ: ถอยไม่ถอย? ฟุตบอลโลก 2026 นายกฯ ย้ำ รัฐบาล เป็น “ผู้อำนวยความสะดวก”
