ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ กล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจา ซึ่งทั้งสหรัฐและอิหร่าน ไม่ต้องการให้มีการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียว่าจะทำการชะลอปฏิบัติการทหารที่กำหนดไว้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวเสริมว่า สหรัฐพร้อมกลับมาโจมตีอีกครั้งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อ 19 พ.ค. 69 อยู่ที่ 107.77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.89 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 111.28 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.82
สื่อของรัฐบาลสหรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ว่าข้อเสนอสันติภาพระหว่างอิหร่านล่าสุดที่ส่งให้สหรัฐ พิจารณาประกอบไปด้วยการยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงยุติการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล การถอนกำลังทหารของสหรัฐออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับอิหร่าน ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสงครามครั้งนี้ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ปล่อยเงินทุนที่ถูกอายัด และยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของอิหร่าน ซึ่งเป็นบริษัท ที่ดูแลเกี่ยวกับธุรกรรมของธนาคารอิหร่าน และอายัดเรือ 19 ลำ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งผลิตภัณฑ์ทางปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
โรงกลั่นน้ำมันของรัฐบาลจีนยังลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลดลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน นักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่า ปัญหานี้เกิดจากอัตราผลกำไรในการดำเนินงานที่ต่ำ รวมทั้งอุปทานที่หยุดชะงักเป็นเหตุให้โรงกลั่นรัฐบาลจีนต้องลดกำลังการผลิตลง นอกจากนี้โรงกลั่นแห่งหนึ่งในประเทศรัสเซีย ซึ่งมีกำลังการผลิตคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5 ของกำลังการกลั่นในประเทศรัสเซีย ถูกโจมตีด้วยโดรนของยูเครน ส่งผลให้ต้องหยุดดำเนินการเพิ่มเติม
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
