คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
ฮอนด้า-นิสสัน เริ่มเจรจาการควบรวมครั้งใหม่ หลังแผนการควบรวมกิจการล้มเหลวลงเมื่อปีที่ผ่านมา จากสถานะการเงินนิสสันย่ำแย่ และฮอนด้าถูกมองเป็นผู้กอบกู้ และฮอนด้าเสนอให้นิสสันเป็นบริษัทย่อย ล่าสุดทั้งสองบริษัทได้เริ่มต้นเจรจาครั้งใหม่ในเงื่อนไขที่เท่าเทียมกันมากขึ้น
บลูมเบิร์กรายงานว่า ฮอนด้ารายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณล่าสุดราว 8.51 หมื่นล้านบาท ขาดทุนประจำปีครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา
ไม่ใช่แค่เรื่องรถอีวีที่ออกมาผิดเวลา แต่ฮอนด้ากำลังประสบปัญหารถยนต์ที่ล้าสมัยในตลาดสำคัญๆ
ส่วนนิสสันกำลังสูญเสียความเป็นผู้นำที่เคยมีอนาคตสดใสในตลาดรถอีวี เผชิญกับยอดขายที่ลดลงในสหรัฐและจีนถึงขั้นต้องลดจำนวนพนักงานลง 20,000 คน และปิดโรงงาน 7 แห่ง ทำให้ปริมาณการผลิตและรายได้ลดลง
ทั้งสองบริษัทยังเสียโมเมนตัมในตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียและเม็กซิโก จากการรุกคืบของผู้ผลิตสัญชาติจีน
นายเซจิ สึกิอุระ นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทวิจัย โทไค โตเกียว อินเทลลิเจนต์ แล็บเบอเรชั่น กล่าวว่า ทั้งสองเผชิญกับปัญหาเชิงระบบ คือ ไม่สามารถผลิตรถยนต์ที่ดีได้อีกต่อไปแล้ว
นายอีวาน เอสปิโนซา ซีอีโอนิสสัน เผยว่า การหารือกับฮอนด้ายังดำเนินอยู่โดยยังคงสำรวจโอกาสในการร่วมมือ และหากมีความชัดเจนจะเผยแพร่ให้ทราบทันที
การควบรวมกิจการของสองค่ายรถยนต์ที่กำลังประสบปัญหา และแข่งขันในตลาดเดียวกัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับโอกาสเติบโตและเป้าหมายสูงสุด แต่การควบรวมนี้จะสร้างผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในแง่ปริมาณ ทำให้ได้เปรียบในเรื่องขนาดเศรษฐกิจ ครอบคลุมทุกด้าน
การรวมทรัพยากรด้านวิศวกรรมและการเงิน จะรักษาความสามารถในการแข่งขันและมีสถานะที่ดีกว่าคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศ
หากเกิดการควบรวมจริงอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายฮอนด้า-นิสสัน รวมถึงมิตซูบิชิ กับฝ่ายโตโยต้า รวมถึงรายย่อยอื่น ๆ
นายคริสโตเฟอร์ ริชเตอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก CLSA Securities Japan กล่าวว่า ฮอนด้าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่แย่เท่ากับนิสสันแต่จำเป็นต้องพิจารณาธุรกิจของตนอย่างจริงจัง อาจต้องปรับโครงสร้างองค์กรแบบที่เคยเรียกร้องจากนิสสัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ฮอนด้า-นิสสัน อาจ ‘ควบรวม’ อีกครั้ง