ปตท. อัดสภาพคล่องกว่า 230,000 ล้านบาท รองรับภารกิจความมั่นคงพลังงานประเทศ เดินหน้าขยายธุรกิจเทรดดิ้ง LNG ตั้งเป้าปริมาณซื้อขายแตะ 15 ล้านตันในปี 2578 แม้ต้นทุนการเงินพุ่ง แต่ยังมั่นใจกำไรปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง ชะลอแผนหาพันธมิตรร่วมลงทุนธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีเหตุเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า บริษัทเร่งเสริมสภาพคล่องกว่า 230,000 ล้านบาท รองรับภารกิจดูแลความมั่นคงพลังงานประเทศ ท่ามกลางต้นทุนการเงินที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง แบ่งเป็นวงเงินหลักประกันการจัดซื้อน้ำมันดิบประมาณ 63,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนจัดหาน้ำมันและก๊าซฯ ราว 137,000 ล้านบาท และภาระเงินค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกประมาณ 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 7,000 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้เรื่องของการหาพันธมิตรเข้าร่วมลงทุนธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีในกลุ่ม ปตท. คาดว่าจะล่าช้าออกไป จากความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์พลังงานโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ต้องทบทวนกลยุทธ์ลงทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด และภาวะกำลังการผลิตล้นตลาดในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การเจรจาหาพันธมิตรธุรกิจในกลุ่ม ปตท. ต้องใช้เวลาพิจารณามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงสนับสนุนแนวทางศึกษาความร่วมมือระหว่าง PTT Global Chemical และ SCG Chemicals เพื่อยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย โดยคาดว่าจะเห็นผลการศึกษาที่ชัดเจนภายใน 5 เดือนข้างหน้า หลังอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกเผชิญภาวะซัพพลายล้นตลาดต่อเนื่องเกือบ 2 ปี
ขณะเดียวกัน ปตท. เร่งปรับพอร์ตสู่ธุรกิจ LNG มากขึ้น โดยตั้งเป้าขยายธุรกิจเทรดดิ้ง LNG สู่ระดับ 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันต่อปีในปี 2578 เพื่อก้าวสู่การเป็น Global LNG Player โดยปัจจุบันบริษัทมีการกระจายแหล่งจัดหา LNG จากหลายประเทศ ทั้งสหรัฐ ออสเตรเลีย มาเลเซีย และกาตาร์ เพื่อลดความเสี่ยงด้านพลังงาน
สำหรับปี 2569 บริษัทคาดว่าปริมาณการเทรด LNG จะเติบโตจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 3 ล้านตัน หลังความต้องการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตราคาพลังงานผันผวน แม้เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาพลังงานโลกผันผวน แต่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ ปตท. ยังมีกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการบริหารจัดหาพลังงานและการเดินเครื่องโรงกลั่นเต็มกำลังในช่วงวิกฤต
ทั้งนี้ ปตท. ยืนยันเดินหน้ารักษาวินัยทางการเงิน ควบคู่การลงทุนระยะยาวด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เพื่อรองรับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในอนาคต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ปตท. ตุนสภาพคล่อง 2.3 แสนล้าน รุก LNG ชะลอดีลพาร์ตเนอร์ปิโตรเคมี