เจาะกลยุทธ์ Tapo เจาะตลาดสมาร์ทโฮม ที่โตปีละ 55-60% Gohophe แนวคิด “Affordable” ทลายกำแพงราคา เริ่มต้นหลักร้อย-เจาะพฤติกรรมใช้งานแยกตามเจน
TP-Link ผู้พัฒนาโซลูชั่นเครือข่าย และแบรนด์ลูกอย่าง Tapo ผู้ผลิตและจำหน่ายกล้องวงจรปิด Wi-Fi ประกาศทิศทางต่อยอดจากแบรนด์โฮมแก็ดเจตสู่การเป็น “Smart Home Ecosystem แบบครบวงจรรายแรกในประเทศไทย” เพื่อแก้ปัญหาและปิดช่องว่าง (Gap) ในตลาดระบบบ้านอัจฉริยะ ตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัยของคนยุคปัจจุบัน ทั้งครอบครัวขยายที่มีหลายเจน, Pet Parents และผู้สูงวัยที่อาศัยลำพังโดยมีลูกหลานดูแลจากระยะไกล ด้วยเล็งเห็นช่องว่างตลาดสมาร์ทโฮมไทย ราคา-ความซับซ้อน-ระบบขาดการรับประกัน
ในช่วงปี 2020-2025 ยอดขายเชิงจำนวนชิ้นของ Tapo ในประเทศไทย เติบโตเฉลี่ยราว 55-60% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของภาพรวมตลาด Smart Home ทั้งหมดในไทย ที่อยู่ประมาณ 28-31% ต่อปีในช่วงปี 2025-2030 สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการ (Demand) ของผู้บริโภคเริ่มชัดเจนและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มกล้อง Tapo มีสถิติเติบโตขึ้นถึง 9 เท่าภายในระยะเวลา 6 ปี และปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีกล้อง Tapo ถูกติดตั้งในประเทศไทยแล้วมากถึงราว 1.5 ล้านตัว
อย่างไรก็ดี จากการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า แม้คนไทยจะตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยและเริ่มมีอุปกรณ์ IoT ติดบ้านบ้างแล้วอย่างน้อย 1-2 ชิ้น แต่กลับพบปัญหาสำคัญที่ทำให้แต่ละบ้านยังไม่สามารถก้าวไปสู่การสร้างระบบสมาร์ทโฮมแบบเต็มรูปแบบได้ เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความกังวลใน 3 เรื่องหลัก คือ ราคาที่มองว่ายังแพงเกินไป การติดตั้งที่ซับซ้อนยุ่งยาก และความกลัวว่าจะซื้อมาแล้วใช้งานไม่ได้จริงในชีวิตประจำวัน
เนื่องจากในประเทศไทยยังมีช่องว่างจากแบรนด์สมาร์ทโฮมบางส่วนที่ไม่มีบริษัทตั้งอยู่ในไทย การซื้อขายอุปกรณ์ต้องผ่าน e-Marketplace ทำให้สินค้าไม่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน มอก. อย่างถูกต้อง และเมื่อสินค้ามีปัญหาก็ไม่สามารถส่งเคลมหรือเรียกร้องการรับประกันจากผู้ขายได้ รวมถึงผู้บริโภคที่เริ่มใช้สมาร์ทโฮมมักพบปัญหาต้องใช้แอปพลิเคชั่นจากหลากหลายค่ายแยกกันสั่งงานอุปกรณ์แต่ละชนิดในบ้าน
“เดฟ เฉิน” (Mr. Dave Chen) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Tapo ได้เข้ามาแก้โจทย์ความกังวลเหล่านี้ด้วยกลยุทธ์ “Affordable Smart Home” เพื่อให้ระบบบ้านอัจฉริยะเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง โดยชูจุดขายระดับราคาที่เอื้อมถึงได้เริ่มต้นเพียงหลักร้อย ขั้นตอนการตั้งค่าที่ง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ช่างติดตั้ง อุปกรณ์ทุกตัวสามารถทำงานร่วมกันข้ามหมวดหมู่ผ่านแอปพลิเคชั่น Tapo เพียงแอปเดียว ควบคู่กับการจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทย นำเข้าอย่างถูกต้องและผ่านการตรวจ มอก. พร้อมศูนย์บริการหลังการขายที่เน้นนโยบายเปลี่ยนสินค้าชิ้นใหม่ให้ทันทีแทนการรอซ่อม
Tapo ประกาศเปิดตัว “เทคโนโลยี แอเรียล” (Aireal Technology) ระบบเอไออัจฉริยะสำหรับ Smart Home เป็นครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกับ Microsoft แตกต่างด้วยระบบ Unified AI ที่ฝังตัวอยู่ในระบบเครือข่ายเราเตอร์และอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั้งระบบ เพื่อเชื่อมโยงบิ๊กดาต้าร่วมกันระหว่างสัญญาณ Wi-Fi ข้อมูลภาพจากกล้อง และประวัติจากเซ็นเซอร์ทั่วทั้งบ้าน สามารถตอบสนองต่อภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ของมนุษย์ได้โดยตรง
ผู้ใช้งานจึงสามารถสื่อสารสอบถามหรือสั่งการเหตุการณ์ในบ้านผ่านบทสนทนาปกติได้ทันที โดยไม่ต้องตั้งค่าในเมนูเทคนิคที่ซับซ้อน
ควบคู่กับแนวคิด “Camera+” (คาเมรา พลัส) ที่ดึงศักยภาพของกล้อง Wi-Fi มาทำหน้าที่เป็น “สมองส่วนกลาง” ของบ้าน ในการส่งสัญญาณสั่งการให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมชิ้นอื่น ๆ ทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ (Automation Triggers) เช่น เมื่อกล้องภายนอกตรวจพบรถข้ามเส้นพื้นที่ที่กำหนด ระบบจะส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์ Digital Door Lock ระบบไฟ และเครื่องปรับอากาศให้ทำงานร่วมกันโดยอัตโนมัติทันที
นอกจากนี้ระบบทั้งหมดจะเปิดโครงสร้างให้รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อกลางอย่าง Matter เพื่อทลายข้อจำกัดเรื่องระบบปิดและทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นได้อย่างไร้รอยต่อ บนโครงข่ายเน็ตเวิร์ก Wi-Fi 6 และ Mesh Wi-Fi ของบริษัทแม่คือ TP-Link
TAPO = Smart Home Ecosystem ที่ตอบโจทย์พฤกติกรรมคนในบ้านทุกเจน
จากการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้า IoT อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอย่างครบวงจรในปีนี้ Tapo ได้จำแนกอุปกรณ์เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของคนแต่ละเจเนอเรชั่นไว้ดังนี้ :
Gen Z (เน้นไลฟ์สไตล์และความเป็นส่วนตัว) : ต้องการเทคโนโลยีสร้างบรรยากาศในพื้นที่ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คือ เส้นไฟ LED ปรับเฉดสีได้ผ่านการสั่งการด้วยเสียง หลอดไฟอัจฉริยะ ปลั๊กอัจฉริยะ และกล้องเช็กสัตว์เลี้ยง
Gen Y (กลุ่ม Multi-Tasking) : ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่สูงวัยตอนออกไปทำงาน ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คือ เซ็นเซอร์เปิด-ปิดประตู เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิที่ทำงานร่วมกับสัญญาณรีโมตอัจฉริยะเพื่อเปิด-ปิดแอร์อัตโนมัติ
Gen X (เน้นความปลอดภัย) : มุ่งปกป้องครอบครัวและทรัพย์สินรอบบ้าน ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คือ กล้องวงจรปิด Wi-Fi แบบเลนส์คู่ กล้องระบบจดจำใบหน้าบุคคลเพื่อแจ้งเตือนคนแปลกหน้า วิดีโอดอร์เบล และดิจิทัลดอร์ล็อก
Baby Boomer (เน้นใช้ง่ายและปลอดภัย) : ต้องการระบบที่ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องรื้อบ้านใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คือ เซ็นเซอร์ประตูทำงานร่วมกับไฟเปิดอัตโนมัตินำทางตอนลุกไปห้องน้ำ และปลั๊กอัจฉริยะที่ช่วยสั่งปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าจากระยะไกลเมื่อหลงลืม
อ่านข่าวต้นฉบับ: 3 กลยุทธ์ Tapo แบรนด์ลูก TP-Link เจาะตลาด สมาร์ทโฮม
