ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดจับตาผลลัพธ์ของการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่านที่มีกำหนดจัดขึ้นวันนี้ ณ กรุงเจนีวา โดยนักการฑูตอิหร่านได้เปิดเผยว่า อิหร่านกำลังดำเนินการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ การหารือดังกล่าวจะครอบคลุมเรื่องการลงทุนด้านพลังงานและเหมืองแร่ ตลอดจนการจัดซื้อเครื่องบิน
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐกําลังเตรียมความพร้อมสําหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องหากการเจรจาไม่ประสบความสําเร็จ ขณะที่กองกําลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านได้เตือนว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐ หากสหรัฐใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 16 ก.พ. 2569 อยู่ที่ 62.89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (ตลาดปิด) และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 68.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน ก.พ. 69 ที่ราว 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงขึ้นจากระดับ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก่อนหน้า หลังโรงกลั่นหลายแห่งในจีนเข้าซื้อน้ำมันดิบรัสเซียเพิ่มขึ้นจากส่วนลดราคาที่มากขึ้นภายหลังอินเดียปรับลดการนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกและแรงกดดันด้านความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐ
Baker Hughes เผยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 13 ก.พ. 69 ปรับลดลง 3 แท่น จากสัปดาห์ก่อนหน้าสู่ระดับ 409 แท่น ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค. 69 ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น 3 แท่นจากสัปดาห์ก่อนหน้าสู่ระดับ 133 แท่น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 66
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดจับตาการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน
