กรมสรรพสามิต เผย 4 เดือนแรกปีงบฯ 69 เก็บรายได้ 1.91 แสนล้าน เกินเป้า 8.3 พันล้านบาท หรือ 5% จากอานิสงส์เร่งผลิต-ซื้อรถก่อนปรับภาษีใหม่
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าในภาพรวมการจัดเก็บรายได้ กรมฯยังสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย และในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-มกราคม 2569) สามารถจัดเก็บรายได้ 1.91 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณอยู่ที่ 8,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสูงกว่าเป้าหมาย 5%
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการเร่งผลิต ซื้อ และนำเข้ารถยนต์ก่อนการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่มีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณรถยนต์สูงกว่าปกติ และส่งผลบวกต่อรายได้ในช่วงต้นปี รวมไปถึการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการท่องเที่ยวที่ขยายตัว ส่งผลดีต่อสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะเครื่องดื่มและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับภาคบริการทั้งนี้คาดว่าภาพรวมทั้งปีจะสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมาย
สำหรับการจัดเก็บรายได้ภาษีรถยนต์ในปัจจุบัน แม้ปริมาณรถยนต์ในตลาดโดยรวมจะไม่ได้ลดลง แต่โครงสร้างตลาดมีการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจนจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) มากขึ้น
ด้านรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ เช่น โครงการ EV 3.5 หรือโครงการตามเงื่อนไขเอ็มโอยู ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีตามสัญญา โดยเสียภาษีในอัตรา 2% ต่อเนื่องอีก 2 ปี ขณะที่รถยนต์ EV ที่ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุน อัตราภาษีได้ปรับเพิ่มจาก 8% เป็น 10% ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยการปรับขึ้นทุก 2% สำหรับรถราคาประมาณ 1 ล้านบาท จะทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 20,000 บาทต่อคัน
ขณะที่รถยนต์ไฮบริด ซึ่งเติบโตอย่างชัดเจนในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา มีการปรับโครงสร้างภาษีเช่นกัน โดยรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในประเทศและเป็นไปตามเงื่อนไข เช่น การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ADAS) ปรับอัตราภาษีจาก 4% เป็น 6% ส่วนรถนำเข้าทั้งคันปรับจาก 8% เป็น 10%
ทั้งนี้ การได้รับอัตราภาษีในระดับต่ำต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด
ขณะที่รถยนต์สันดาปภายใน จะมีการปรับอัตราภาษีแบบขั้นบันไดตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทุก 2 ปี เริ่มในปี 2569, 2571 และ 2573 เพื่อเป็นกลไกจูงใจให้ผู้ผลิตพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยมลพิษ และเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ในส่วนของภาษีสินค้าอื่น เช่น สุรา เบียร์ และยาสูบ นายพรชัยยอมรับว่า การจัดเก็บอาจผันผวนรายเดือน เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการสต๊อกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายหลังกรมฯ ใช้ระบบการจัดเก็บภาษีที่เชื่อมโยงกับการผลิตแบบเรียลไทม์ ทำให้รัฐไม่ได้รับภาษีล่วงหน้าเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาทั้งปีแล้ว รายได้ไม่ได้แตกต่างจากประมาณการมากนัก
อ่านข่าวต้นฉบับ: สรรพสามิต 4 เดือน โกยรายได้ทะลุเป้า 8.3 พันล้านบาท รับแรงหนุนจากรถยนต์