ซานาเอะ ทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์การทูตเชิงรุก ส่งสัญญาณพร้อมเจรจากับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน หวังปลดล็อกประเด็นการลักพาตัวพลเมืองญี่ปุ่นในเกาหลีเหนือที่ยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ท่ามกลางชัยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย เรียกความเชื่อมั่นทางการเมืองและเจรจา
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ เข้าพบปะกับกลุ่มครอบครัวผู้ถูกลักพาตัวชาวญี่ปุ่น และกลุ่มสนับสนุน เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ที่แน่วแน่สร้างจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือที่ชะงักงันมานานหลายทศวรรษ
ประเด็นพลเมืองญี่ปุ่นถูกลักพาตัวโดยหน่วยสายลับเกาหลีเหนือในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 เป็นปัญหามนุษยธรรมสำหรับญี่ปุ่น สร้างบาดแผลเป็นทางประวัติศาสตร์ กัดกร่อนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลมาทุกยุคสมัย ปัจจุบันยังมีเหยื่ออีก 12 รายจาก 17 รายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรมที่แน่ชัด หนึ่งในนั้นคือเมกุมิ โยโกตะ สัญลักษณ์ของการลักพาตัวที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
ในการพบปะครั้งนี้ นายกฯทาคาอิชิ โพสต์ข้อความประกาศบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) ของเธอ “ฉันพร้อมคุยกับผู้นำคิมในซัมมิต เพื่อให้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือวาดภาพมีสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกันได้“
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอจากกลุ่มครอบครัวผู้เสียหาย นำโดย ทาคุยะ โยโกตะ น้องชายของเมกุมิ ซึ่งได้ยื่นเอกสารเชิงนโยบายระบุว่า กลุ่มครอบครัวจะไม่คัดค้านหากรัฐบาลญี่ปุ่นจะพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตร หรือเริ่มเจรจาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ
ข้อเสนอนี้ถือเป็นไพ่ใบใหม่ในมือของทาคาอิชิ เพราะในอดีตแรงกดดันจากภาคประชาชนและกลุ่มครอบครัวมักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นไม่สามารถประนีประนอมกับเปียงยางได้ แต่เมื่อกลุ่มผู้เสียหายยอมเปิดช่องทางให้ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเข้าแลก ย่อมทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ในการเจรจาที่กว้างขึ้น
นายทาคุยะ โยโกตะ น้องชายของนางสาวโยโกตะ เมกุมิ ซึ่งถูกลักพาตัวไปโดยเกาหลีเหนือเมื่ออายุ 13 ปี ผู้เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นช่วยเหลือ ครั้งนี้เขาวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองของนายกฯทาคาอิชิ ไว้ว่า ชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลของทาคาอิชิมีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือในสายตาของเกาหลีเหนือ
“เกาหลีเหนือนิยมเจรจากับรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและมีความมั่นคงทางการเมืองระยะยาว ซึ่งรัฐบาลทาคาอิชิในตอนนี้มีคุณสมบัตินั้นครบถ้วน” นายโยโกตะกล่าว
ขณะที่ ซากิเอะ โยโกตะ มารดาของเมกุมิในวัย 90 ปี วิงวอนต่อที่ประชุมว่า นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่คนรุ่นพ่อแม่จะได้รับลูกหลานกลับคืนมา ซึ่งเป็นแรงกดดันทางจริยธรรมที่ส่งผลต่อหัวใจของคนญี่ปุ่นทั้งประเทศ
การขยับตัวของญี่ปุ่นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแรงสนับสนุนจากครอบครัวเหยื่อร่วมกับรัฐบาลใหม่ อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Indo-Pacific ที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกระดับ นายมิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะหารือประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดในการประชุมสุดยอด Japan-U.S. Summit ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า (มีนาคม)
เป็นที่คาดการณ์ว่า ทาคาอิชิอาจใช้โอกาสที่สหรัฐกำลังปรับทัพยุทธศาสตร์ความมั่นคงในเอเชีย เป็นตัวกลางในการดึงเกาหลีเหนือกลับสู่โต๊ะเจรจาทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่ญี่ปุ่นมีความพร้อม หากเกาหลีเหนือยอมแสดงความจริงใจแก้ไขประเด็นผู้ถูกลักพาตัวและการยุติโครงการนิวเคลียร์บางส่วน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ซานาเอะ’ พร้อมคุย ‘คิม จอง อึน’ ปมลักพาตัวพลเมือง