ทองแดง หัวใจสำคัญของโลกที่ขับเคลื่อนสู่ยุคเอไอ ไฟฟ้าและสายส่งเป็นกระดูกสันหลังหลัก แต่รายงานระบุ ปริมาณซัพพลายทองแดงกำลังตึงตัวผลิตแร่ดิบ-บริสุทธิ์ไม่ทัน เสี่ยงขาดแคลนในปี 2026 นี้
ทุกคำถาม ทุกคำสั่งที่ป้อนให้เอไอแชตบอต ล้วนเป็นสูบกินพลังงานและทรัพยากรอื่นมหาศาล
เอไอยิ่งฉลาด ยิ่งต้องการการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูลมหาศาลใน “ดาต้าเซ็นเตอร์” และสิ่งที่หล่อเลี้ยงดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทำงานคือพลังงานไฟฟ้าที่ป้อนดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเรียกว่าเลี้ยงครัวเรือนทั้งทวีปได้
และสิ่งที่ทำให้ “ไฟฟ้า” เข้าไปสังเวยความโหยหิวของเอไอได้ คือ ทองแดง-แร่เงิน มหาศาลที่ใช้เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานพาวเวอร์กริดส์ ทั้งสายไฟ ท่อแก๊ส ขดลวดความเย็นความร้อน และอื่น ๆ
สำหรับแร่เงิน เป็นซูเปอร์คอนดักเตอร์ที่นำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยมที่สุด แต่ราคาและการผลิตยากเกินกว่าจะนำมาใช้งานขนาดใหญ่ ตลอดเวลา 200 ปี ที่มนุษย์สร้างระบบไฟฟ้า “ทองแดง” จึงเป็นคำตอบ
Wood Mackenzie และ สภาทองแดงแปรรูปนานาชาติ (IWCC) คาดการณ์ความต้องการทองแดงทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในปี 2040 หรือเพิ่มขึ้น 24% ภายในปี 2035 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนจากพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า (EVs), ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยการขยายตัวของ AI และศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มความต้องการทองแดง 50% ภายในปี 2040
รวมถึงการขยายโครงข่ายไฟฟ้า (Grids) เพื่อรองรับพลังงานสะอาดและ AI ถือเป็นปัจจัยหลัก
ทั้งนี้ IWCC รายงานด้วยว่าการลงทุนในเหมืองแร่ที่ไม่เพียงพออาจนำไปสู่การขาดแคลนและราคาทองแดงผันผวน อาจจำเป็นต้องมีการพัฒนาเหมืองใหม่กว่า 80 แห่งภายในปี 2030 ส่วนที่น่าจะช่วยได้คือการนำทองแดงมารีไซเคิลได้ไม่จำกัด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปี 2026 ตลาดทองแดงคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่ภาวะ “ขาดดุล (Deficit)” อย่างชัดเจน โดยเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากที่เคยเกินดุลในปี 2568
International Copper Study Group (ICSG) คาดการณ์ว่าตลาดทองแดงกลั่นทั่วโลกจะขาดดุลประมาณ 150,000 ตัน ขณะที่นักวิเคราะห์บางกลุ่ม เช่น J.P. Morgan คาดการณ์ตัวเลขขาดดุลสูงถึง 330,000 ตัน
เนื่องจากอัตราการเติบโตของการผลิตทองแดงกลั่นคาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 0.9% ในปี 2569 (เทียบกับ 3.4% ในปี 2568) เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแร่ดิบทองแดง ที่เป็นคอขวดสำคัญ
ขณะที่ความต้องการใช้งานทองแดงบริสุทธิ์ ทั่วโลกจะเติบโตประมาณ 2.1% คิดเป็นปริมาณรวม 28.73 ล้านตัน (J.P. Morgan)
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองแดงในปี 2569 เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานตึงตัว
โดย J.P. Morgan คาดราคาเฉลี่ยทั้งปีที่ 12,075 ดอลลาร์ต่อตัน โดยอาจพุ่งแตะจุดสูงสุดที่ 12,500 ดอลลาร์ในช่วงไตรมาสที่ 2
Goldman Sachs ให้กรอบราคาเฉลี่ยที่ 10,000-11,000 ดอลลาร์ต่อตัน โดยมองว่าความต้องการจากโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและ AI จะเป็นฐานรับราคา (Price Floor) ไม่ให้ต่ำกว่าหมื่นดอลลาร์
โดยราคาทองแดงขณะที่เขียนรายงานเคลื่อนไหวที่ระดับ 12,700-12,800 ดอลลาร์ต่อตัน จากที่เคยทำจุดสูงสุดทะลุ 14,500 ดอลลาร์ต่อตันไปแล้วเมื่อ 29 ม.ค. 2026 ที่ผ่านมา
ในรายงานของ J.P. Morgan ระบุด้วยว่า คาดการณ์ AI Data Centers ทำให้ความต้องการทองแดงเพื่อใช้ในศูนย์ข้อมูลจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจใช้ทองแดงสูงถึง 475,000 ตัน ในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 1 แสนตัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทองแดง ส่อแววขาดแคลนต่อ สังเวยความหิว “เอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์”