ทรัมป์คาดว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ และประเด็นอื่น ๆ กับอิหร่านได้ ในเดือนมีนาคม ขณะที่การเจรจารอบถัดไปจะเกิดขึ้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่สวิตเซอร์แลนด์
อนาโดลู (Anadolu) สื่อสัญชาติตุรกีซึ่งดำเนินการโดยรัฐ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ คาดหวังว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างภายในเดือนมีนาคม พร้อมเตือนรัฐบาลอิหร่านว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง
ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ เมื่อผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับกรอบเวลาคาดการณ์ ในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ระบุว่า คาดว่าภายในเดือนหน้า
“สหรัฐและอิหร่านต้องบรรลุข้อตกลง ไม่เช่นนั้นจะเกิดเรื่องร้ายแรงมาก ซึ่งไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เราต้องบรรลุข้อตกลง” ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า อิหร่านควรบรรลุข้อตกลงตั้งแต่แรก แต่เพราะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ จึงได้รับปฏิบัติการ Midnight Hammer แทน ซึ่งเป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กองทัพสหรัฐโจมตีโครงการนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน ในสงคราม 12 วัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2025
ทรัมป์ยังกล่าวถึงการพบปะหารือกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งเนทันยาฮูต้องการขยายข้อตกลงนิวเคลียร์ให้ครอบคลุมถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับขีปนาวุธและการยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอิหร่านด้วย โดยทรัมป์กล่าวว่า เป็นการประชุมที่ดี แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทรัมป์เอง
เมื่อถูกถามว่า เนทันยาฮูต้องการให้ทรัมป์ยุติการเจรจาหรือไม่ ประธานาธิบดีกล่าวว่า ทั้งสองไม่ได้พูดคุยเรื่องนั้นในที่ประชุม
ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิหร่านเปิดการเจรจาครั้งแรกนับตั้งแต่สงคราม 12 วัน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่โอมาน และจะมีการเจรจารอบถัดไปในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่สวิตเซอร์แลนด์
ท่ามกลางการเจรจา สหรัฐเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ด้านอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐและอิสราเอลสร้างข้ออ้างเพื่อแทรกแซงทางทหารและต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง นอกจากนี้ การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมยังคงเป็นประเด็นสำคัญในความขัดแย้ง โดยสหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการเสริมสมรรถนะและส่งออกยูเรเนียม ซึ่งรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทรัมป์คาด ปิดดีลข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน เดือนมีนาคม