ไทยคม ประกาศผลประกอบการ กำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 268% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 40 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีกำไรจากการดำเนินงานสำหรับปี 2568 จำนวน 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 291 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 267.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจำนวน 109 ล้านบาท
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะธุรกิจด้านดาวเทียม บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโทรคมนาคมจำนวน 432 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ 31 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
ในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่นรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 316 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.1% จากรายได้รวมจำนวน 2,420 ล้านบาท
ในปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการให้บริการให้แก่คู่ค้ารายหนึ่ง จำนวน 317 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (Geo-Informatics and Space Technology Development Agency : “GISTDA”) เพื่อเป็นผู้จัดหาระบบจานสายอากาศและระบบปฏิบัติการภาคพื้นดิน สำหรับรับสัญญาณและควบคุมกลุ่มดาวเทียม THEOS ภายใต้โครงการจัดหาจานสายอากาศ
โดยในปี 2568 มีรายได้ตามความคืบหน้าของโครงการจำนวน 153 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศมาอย่างยาวนานด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ของบริษัท พร้อมทั้งบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมได้อย่างครบวงจร
ในปี 2568 บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งในตลาดประเทศอินเดียซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการดาวเทียมชั้นนำในประเทศอินเดีย Hughes Communications India Private Limited และ Nelco Limited โดยการบริการดังกล่าวช่วยยกระดับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ผ่านเครือข่ายดาวเทียมไทยคมในภาคส่วนอุตสาหกรรม
สิ่งสำคัญต่าง ๆ อาทิ บริการทางการเงิน พลังงานหมุนเวียน การทำเหมืองแร่ การศึกษาทางไกล รวมถึงการสื่อสารทางอากาศและทางทะเล
นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จในบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial Intelligence : “GEOINT”) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโต และมีแนวโน้มส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาว โดยสะท้อนผ่านรายได้จากโครงการต่าง ๆ ที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากแพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม ใช้ในการติดตามและตรวจจับการเผาในพื้นที่เกษตรเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (“สอน.”)
โครงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรให้แก่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (“สวก.”) และโครงการโดรนให้แก่ GISTDA รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ CarbonWatch ผ่านการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของประเทศ ได้แก่ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (“จีจีซี”) บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (“ซีแพค”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (“เอสซีจี”) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของบริษัทในการขยายฐานรายได้อย่างต่อเนื่องและการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทมีผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สำหรับปี 2568 จำนวน 40 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรเมื่อเทียบกับผลขาดทุนจำนวน 23 ล้านบาทในปี 2567
โดยบริษัทยังคงสามารถรักษาความสามารถในการสร้างกำไรสุทธิแม้บริษัทจะเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเป็นรายการที่มิใช่เงินสดและไม่สะท้อนถึง
ผลการดำเนินงานหลักของบริษัทสำหรับธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในปี 2568 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2567 แม้ว่ารายได้และกำไรสุทธิของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (“แอลทีซี”) ในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ แม้ว่าสกุลเงินกีบจะแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ บริษัทยังคงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า เนื่องจากต้นทุนทางการเงินของ บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด (“เชน”) ทั้งนี้ ในระยะยาว บริษัทได้รับปัจจัยเชิงบวกจากนโยบายการปรับโครงสร้างราคาค่าบริการโทรคมนาคมของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (“สปป.ลาว”) ที่จะส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับ: THCOM โชว์ผลงานปี 2568 พลิกกำไรโต 267% ไม่จ่ายปันผล