บางจาก เผยกลยุทธ์สำคัญสร้างมูลค่าผ่านการลงทุนและการถอนการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำรายได้ปี 2568 ทะลุ 507,570 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินซื้อหุ้น Chevron Hong Kong กลางปี
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทบางจากเข้าซื้อหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการชำระเงินในช่วงกลางปี 2569 นี้ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ขณะที่ CHK จะทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited ซึ่งจะดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex by Bangchak ทุกปั้มในฮ่องกง ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ จากนั้นจะทยอยเปลี่ยนป้ายชื่อ Bangchak ภายใน 2 ปี ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้ารู้จักกับบางจากมากกว่านี้ ปัจจุบันแบรนด์ Caltex ในฮ่องกงมีส่วนแบ่งตลาดถึง 17%
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการถึง 507,570 ล้านบาทนั้น เป็นการเติบโตแบบทวีคูณหากเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดย EBITDA 35,753 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท (กำไรหลัก 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67 % จากปีก่อน) พร้อมรับรู้ Synergy รวม 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานของธุรกิจในกลุ่ม และการบริหารการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
โรงกลั่นบางจากพระโขนงและศรีราชาทำสถิติอัตราการกลั่นสูงสุดเฉลี่ย 279,700 บาร์เรล/วัน แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบต่ำและผลขาดทุนสินค้าคงคลัง รวมถึงเสริมความมั่นคงทางการเงินและโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยยังคงเน้น ESG อย่างต่อเนื่อง และพร้อมขยายธุรกิจพลังงานใหม่ควบคู่กับฐานเดิมเพื่อรองรับการเติบโตในปี 2569 ต่อไป
สำหรับการขยายธุรกิจในปี 2569 ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่ คือ 1.กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันที่ EBITDA จะเป็น 1,000 ล้านบาท 2.กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 50% หรืออยู่ที่ประมาณ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
3.กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ที่ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 275,000 บาร์เรลต่อวัน
4.กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน โดยธุรกิจ Power & Infrastructure คาด EBITDA ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายการเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐาน (พลังงาน สาธารูปโภค ดิจิทัล) และการหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรองรับการลงทุนใหม่
ด้านโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง หนุนรายได้เฉลี่ยต่อกำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนโครงการลม “Monsoon” เดินเครื่องเต็มปี กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ โดย BCPG ถือหุ้น 48% และมี EVN เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า
“ที่เราโตได้ขนาดนี้เพราะเราใช้กลยุทธ์ปรับพอร์ตการลงทุน สร้างมูลค่าผ่านการลงทุนและการถอนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ อย่างที่เราถอนการลงทุนโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย (มี.ค. 2565) ทำให้ได้กำไรมา จากนั้นก็เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ (CCGT) ในสหรัฐอเมริกา (ก.พ. 2566) ก็เหมือนกับที่เราเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong Limited (CHK) ที่เป็นการขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญทั้งในการขยายธุรกิจต่างประเทศ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน” นายชัยวัฒน์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดกลยุทธ์ “บางจาก” โตจากการซื้อ-ถอนลงทุน กวาดรายได้ 5 แสนล้าน