แบงก์เกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด วางมาตรการดูแลผลกระทบลูกค้า “ธนาคารกรุงเทพ” พร้อมผ่อนปรนช่วยลูกค้า-ปรับโครงสร้างหนี้ ฟาก “LH Bank” เร่งสำรวจพอร์ตสินเชื่อ 2.1 แสนล้าน ชี้ปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบลูกค้ารายใหญ่นำเข้า NGV
นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางอาจจะอยู่ในช่วงฝุ่นตลบอยู่ ซึ่งธนาคารยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยระยะสั้น อาจจะกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง การส่งออกและการขนส่งสินค้าถูกกระทบ อาจมีผลต่อการเรียกเก็บเงินของผู้ประกอบการ ซึ่งธนาคารมีมาตรการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การผ่อนปรนการชำระหนี้ เป็นต้น
โดยลูกค้าสามารถเข้ามาขอรับความช่วยเหลือจากธนาคาร โดยธนาคารจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือผ่อนปรนตามลักษณะธุรกิจของลูกค้า
อย่างไรก็ดี ธนาคารยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเหตุการณ์ยืดเยื้ออาจจะส่งผล กระทบมากขึ้น เนื่องจากบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่แหล่งผลิตน้ำมัน หากเกิดเหตุลากยาวยืดเยื้ออาจจะกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งน้ำมันใช้ในการประกอบสินค้าหรือผลิตสินค้า และยังถือเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าทุกประเภท
ดังนั้น หากมีการขาดแคลนน้ำมันหรือราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งหากต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น อาจจะกระทบต่อกำไรได้ หรือในมุมรายย่อยอาจจะกระทบการบริโภคสินค้าที่ราคาแพงขึ้น หากผู้ผลิตผลักภาระต้นทุนมายังสินค้า จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะลากยาวหรือจบระยะสั้น เพื่อประเมินผลกระทบต่อลูกค้าได้
“หากลูกค้ามีปัญหาไม่ว่าจากภาวะสงคราม หรือได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ธนาคารจะมีมาตรการช่วยเหลือผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกธนาคารจะให้การช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว แต่คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะตอนนี้ฝุ่นยังตลบอยู่“
นายปิยะพัฒน์ วิริยะรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าตอนนี้ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมแผนรับมือผลกระทบต่อธนาคารและลูกค้า และเชื่อว่าทุกธนาคารน่าจะดำเนินการเช่นเดียวกัน
โดยในเบื้องต้นธนาคารได้สำรวจพอร์ตสินเชื่อธุรกิจที่มีราว 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งสัดส่วนประมาณ 60-70% เป็นลูกค้าที่มียอดขายขนาดตั้งแต่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ภาคการผลิต (Manufacturing) และกลุ่มน็อนแบงก์ เช่าซื้อ เป็นต้น
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่ามีลูก 1 รายที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลางดังกล่าว หากสถานการณ์ยืดเยื้อมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากเป็นลูกค้าที่นำเข้าก๊าซ NGV ซึ่งตอนนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการติดตามลูกค้ารายดังกล่าว และพร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่
นอกจากนี้ ธนาคารยังติดตามลูกค้ารายอื่น ๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อต้นทุนธุรกิจ เนื่องจากปัจจัยราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
“เบื้องต้นธนาคารสำรวจพอร์ตของตัวเองว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะส่งผลกระทบโดยตรงและทางอ้อมอย่างไรบ้าง และเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าตามรายธุรกิจ อาจจะไม่ได้ออกโปรดักต์โปรแกรมออกมา แต่ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าตอนนี้ทุกแบงก์ก็น่าจะดำเนินการแบบนี้”
อ่านข่าวต้นฉบับ: LH BANK เร่งช่วยลูกค้ารายใหญ่ผู้นำเข้า NGV เจอผลกระทบปิดช่องแคบฮอร์มุซ