ปีนี้ 2569 “ประชาชาติธุรกิจ” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50
เป็น 50 ปีที่นับจาก “เข็มทิศธุรกิจ” ฉบับแรก ที่ออกวางแผงเมื่อเดือน ก.พ. 2520 หรือ 4 เดือนหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519
เป็นการฟื้นตัวลุกขึ้นมาทำหนังสือพิมพ์อีกครั้งของนักหนังสือพิมพ์ที่บัดนี้กลายเป็นระดับ “ครูบาอาจารย์” ไปแล้ว
อาทิ ขรรค์ชัย บุนปาน, พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร
เป็นกลุ่มนักเขียนนักข่าวที่ทำหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติรายวัน” ในระหว่างปี 2517-2519
อันเป็นต้นแบบทางด้านเนื้อหาและรูปแบบของ “มติชน” ในปัจจุบัน
“ประชาชาติ” ในตอนนั้นเริ่มต้นเมื่อ “ขรรค์ชัย บุนปาน” และเพื่อนพ้องหารือกันว่าหัวหนังสือพิมพ์หายาก ราคาแพง ไปกราบขอ “พระองค์วรรณ” ดีไหม
หลังการติดต่อ ขรรค์ชัยในวัยหนุ่มนั่งรถเมล์ไปเข้าเฝ้า พระองค์วรรณ ทรงต้อนรับด้วยดี และเมตตาอนุญาต และทรงเตรียมเงินขวัญถุงไว้ให้ เป็นแบงก์ 100 ใหม่ 9 ใบ
“ประชาชาติ” ที่ยุติไปเมื่อ พ.ศ. 2488 คืนชีพอีกครั้ง เริ่มต้นจากประชาชาติรายสัปดาห์ก่อน แล้วขยายออกมาเป็นรายวัน
เสนอข่าวในเชิงคุณภาพเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ หลัง 14 ตุลาฯ 2516
เอื้ออำนวยให้ “ประชาชาติรายวัน” และรายสัปดาห์ เติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการเมืองที่ร้อนแรง
เมื่อการเมืองแตกหักด้วยการนองเลือด 6 ตุลาฯ 2519 เนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ทำให้ “ประชาชาติ” ถูกปิดในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง
และไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาตีพิมพ์จำหน่ายต่อ
สำหรับ “ประชาชาติ” ยุคแรก เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ พ.ศ. 2475
ปี พ.ศ. 2476 กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ “ศรีบูรพา” เริ่มก่อตั้ง “ประชาชาติ” ขึ้น เจ้าของทุนคือ ม.จ.วรรณไวทยากร วรวรรณ หรือ “พระองค์วรรณ-ท่านวรรณ” ซึ่งต่อมาเลื่อนฐานันดรศักดิ์ขึ้นทรงกรม เป็นกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
สุภา ศิริมานนท์ ปรมาจารย์หนังสือพิมพ์บันทึกไว้ว่า ระยะนั้น “ท่านวรรณ” เปรื่องปราดมากในวิชาสาขาต่าง ๆ
ทรงสนพระทัยในระบอบประชาธิปไตย ทรงเป็นนักภาษาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญ
และทรงปรารถนาจะจัดตั้งหนังสือพิมพ์รายวันขึ้นสักฉบับหนึ่ง เพื่อแพร่ขยายความคิดและความรู้ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ออกไปสู่มหาชนตามพระกำลังและสติปัญญาของพระองค์
ทรงเข้าพระทัยดีว่าจำเป็นต้องมีคณะผู้ดำเนินการซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของประชาชน
พระองค์ท่านทรงเล็งมาที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และคณะ “สุภาพบุรุษ” ที่กำลังว่างอยู่
“ประชาชาติ” จึงเกิดขึ้น สำนักงาน อยู่ที่โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจของพระยาศรีบัญชา ใกล้ ๆ สี่กั๊ก เสาชิงช้า
ประกาศโฆษณาแสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับ “ข่าว” ด้วยถ้อยคำว่า “ข่าวของประชาชาติเป็นข่าวสดและสวย”
ไม่นานนัก ก็ได้ขยับขยายออกมาหาที่อยู่ของตนเองใหม่เป็นเอกเทศ อยู่ใกล้ ๆ สี่แยกหลานหลวง
และก็ที่สำนักงานแห่งใหม่นี้เองที่ สุภา ศิริมานนท์ ได้เข้าไปทำงานอยู่ด้วย กับทั้ง ครูมาลัย ชูพินิจ และคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์
นวนิยาย “ข้างหลังภาพ” โดย ศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ลงใน “ประชาชาติ”
ไม่นานจากนั้น ด้วยปัญหานโยบายมีการแยกตัวออกไปของทีมนักเขียน นักหนังสือพิมพ์
นั่นคือ “ประชาชาติ” ยุคแรก ซึ่งต่อมาได้หยุดดำเนินการในปี 2488
และกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งในปี 2517 เมื่อ “ขรรค์ชัย บุนปาน” เดินทางเข้าเฝ้าฯ ขอใช้หัวหนังสือพิมพ์
และยุติอีกครั้งในปี 2519
หลัง 6 ตุลาฯ 2519 เมื่อ “ประชาชาติ” ไม่ได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์ บรรยากาศการเมืองอยู่ภายใต้รัฐบาลจากรัฐประหาร
การจะออกหนังสือพิมพ์แนวการเมืองน่าจะมีอุปสรรค ขรรค์ชัยและเพื่อนนักหนังสือพิมพ์จึงพลิกแนวมาออกหนังสือพิมพ์แนวเศรษฐกิจ ในชื่อ “เข็มทิศธุรกิจ” ออกวางแผงฉบับแรกเมื่อเดือน ก.พ. 2520
ขณะนั้นเป็นยุคของรัฐบาลภายหลังรัฐประหาร ที่ดำเนินนโยบาย “ประชาธิปไตยแบบมีขั้นตอน ในเวลา 12 ปี”
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลดังกล่าวต้องยุติบทบาทไปเมื่อ 20 ต.ค. 2520 เมื่อคณะทหารที่สนับสนุนรัฐบาลเปลี่ยนนโยบาย
และทำรัฐประหารล้มรัฐบาล โดยมี พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะ และตั้งรัฐบาลที่มี พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
เริ่มยุค “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” หนังสือพิมพ์ “มติชน” ถือกำเนิดในวันที่ 9 ม.ค. 2521
ส่วน “เข็มทิศธุรกิจ” เปลี่ยนชื่อกลับมาใช้ “ประชาชาติธุรกิจ” ในเดือน ส.ค. 2521
อ่านข่าวต้นฉบับ: กว่าจะเป็น ‘ประชาชาติธุรกิจ’ 50 ปีบนเส้นทางคดเคี้ยวเข้มข้น