เศรษฐกิจชะลอตัว ภาวะสงคราม กติกาโลกที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม กลายเป็นความท้าทายในการทำธุรกิจของกลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ผู้ประกอบหลายรายพยายาม “เอาตัวรอด” ด้วยการปรับวิธีคิด และทำระบบหลังบ้านให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งสรรหาเครื่องมือเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และปรับตัวสู่ “Chat Commerce” หรือการขายสินค้าผ่านแชต เพื่อขยายขีดความสามารถในการเข้าถึงลูกค้า สร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง
ในงาน LINE BOOTCAMP DAY 2026 “จิรพัฒน์ เดชดนู” หัวหน้าทีม Product Marketing Strategy LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มลูกค้าทักแชตผ่าน LINE OA (LINE Official Account) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6%
ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Mordor Intelligence ระบุว่า ปี 2025 ตลาด Chat Commerce ทั่วโลก มีมูลค่าอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.5 แสนล้านบาท) เติบโตเฉลี่ยปีละ 12% และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.3 แสนล้านบาท) ในปี 2031
โดยปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุด คือการพูดคุย (33%) ตามมาด้วยรีวิวจากผู้ใช้งาน (27%) คุณภาพของข้อมูล (24%) และความน่าเชื่อถือของอินฟลูเอนเซอร์ (17%)
“จิรพัฒน์” พูดถึงวิธีการขายสินค้าผ่านแชตให้ประสบความสำเร็จว่า มี “สูตรโกง” ทั้งหมด 4 อย่าง ได้แก่
ปัจจุบันลูกค้ากระจายตัวอยู่บนหลายแพลตฟอร์ม ธุรกิจจำเป็นต้องมีหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงลูกค้า ขณะเดียวกันก็ต้องมี Own Channel หรือ “บ้านของแบรนด์” เพื่อรวมลูกค้าไว้ในที่เดียว โดย LINE OA สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือหลักหรือ “บ้าน” ให้ธุรกิจ เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงได้ พร้อมเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจสามารถใช้โปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าเข้ามาอยู่บน LINE OA รวมถึงแนบลิงก์ช่องทางเข้าถึง LINE OA ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรือผ่านการโฆษณาบน LINE Ads ที่ภายในเดือน มี.ค. 2026 จะมีการปล่อยเซ็กเมนต์กลุ่มเป้าหมายโฆษณาใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 40 หมวดหมู่ เช่น ตามระดับความมั่งคั่ง, กลุ่มคนที่ชอบเดินทาง, กลุ่มแม่และเด็ก เป็นต้น
การขายผ่านแชตช่วยให้ธุรกิจปิดการขายได้สูงถึง 97% เพราะผู้บริโภคต้องการพูดคุยเพื่อสร้างความไว้วางใจ ธุรกิจสามารถใช้หลากหลายฟีเจอร์บน LINE เสริมการแชทเพื่อสร้างความมั่นใจ ความไว้ใจกับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์โปรไฟล์ลูกค้าบน MyShop เพื่อช่วยทำความรู้จักลูกค้าให้มากขึ้นได้
ฟีเจอร์ตั้งเวลาส่งข้อความช่วยล็อกวันและเวลาล่วงหน้าในการส่งข้อความไปหาลูกค้าแบบอัตโนมัติได้ทันใจ ฟีเจอร์ AI Chatbot สำหรับผู้ใช้ Chat Package คอยช่วยตอบคำถามลูกค้าให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รวมไปถึงตัวช่วยด้านโฆษณาที่เพิ่งปล่อยออกมาอย่าง LINE Ads AI Agent ช่วยคิดไอเดียและสร้างแคมเปญโฆษณาให้ พร้อมสรุปวิเคราะห์ผลแคมเปญให้ธุรกิจสามารถ นำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้ ลดระยะเวลาทำงาน
การรักษาฐานลูกค้าเดิมจะช่วยลดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่และเพิ่มยอดยอดต่อออร์เดอร์ให้สูงขึ้นได้ โดยธุรกิจสามารถใช้เครื่องมือ MyCustomer|CRM สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งผ่านระบบสมาชิก การสะสมแต้ม หรือจัดกิจกรรมกับลูกค้า
สถิติจากผู้ใช้งานเครื่องมือนี้เกิน 1 เดือนพบว่า ช่วยเพิ่มลูกค้าประจำมากขึ้นถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ยอดขายเติบโตขึ้น 115% และยอดบล็อก LINE OA ลดลงถึง 20% ภายใน 1 เดือน
การทำธุรกิจมักมีต้นทุนแฝงที่ผู้ประกอบการอาจมองข้าม การควบคุมและจัดการอย่างเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มกำไรให้ร้านค้า LINE มีโซลูชั่นที่ช่วยบริหารการขายได้ครบตั้งแต่การสื่อสาร การชำระเงิน ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มเดียว
“การขายในยุคนี้เปรียบเหมือนเกมด่านใหม่ ที่ธุรกิจต้องปรับวิธีคิดและการทำงานเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่ง Human Touch หรือการเชื่อมโยงกับลูกค้าอย่างจริงใจ จะช่วยเปลี่ยนการแชตให้กลายเป็นความสัมพันธ์ ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”
อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิด 4 “สูตรโกง” ขายของผ่านแชต เพิ่มความปังรับ Chat Commerce เติบโต
