แบงก์ขานรับมาตรการ ธปท.ปล่อยกู้ “SMEs Credit Boost” แก้ปมสินเชื่อเอสเอสเอ็มอีติดลบ เร่งเตรียมระบบ-ทำโปรดักต์โปรแกรม “กสิกรไทย” ตั้งเป้าปล่อยกู้ 2 หมื่นล้าน มองโครงการช่วยลดความเสี่ยง คาดเริ่มปล่อยกู้ปลาย มี.ค.นี้ ขณะที่ “ไทยเครดิต” ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในโครงการ 500-700 ล้าน ชี้เป็นไปตามสัดส่วนนำส่ง FIDF ดีเดย์เริ่ม 15 มี.ค.นี้ ฟาก “วิจัยกสิกรไทย” ประเมินสินเชื่อเอสเอ็มอีปี’69 ยังติดลบปีที่ 5 ด้าน “บสย.” ยันระบบพร้อมแล้ว
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดว่าภายในปลายเดือน มี.ค.นี้ จะสามารถเริ่มปล่อยสินเชื่อตามโครงการ “SMEs Credit Boost” ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ โดยที่ผ่านมา ภายหลังธนาคารลงนามร่วมโครงการไปตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 2569 จากนั้นก็เป็นการเตรียมระบบ และจัดทำ Product Program รองรับ
“โครงการนี้จะเป็นโอกาสให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจว่าจะได้รับการชดเชย หากลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะได้ประโยชน์”
ส่วนกลุ่มเป้าหมายจะโฟกัสในกลุ่มที่เป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจภายใต้ “Reinvent Thailand” อาทิ ท่องเที่ยว การแพทย์-สุขภาพ เกษตร-เกษตรแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และค้าปลีก รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสีเขียว (Transition Finance) เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้าขาย หรือลดต้นทุนธุรกิจ เป็นต้น โดยกลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีการเติบโต และมีความต้องการสินเชื่อเพื่อขยายหรือต่อยอดธุรกิจ
“ดังนั้น หากสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น จะช่วยหมุนเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว อย่างไรก็ดี ส่วนจะหนุนให้สินเชื่อเอสเอ็มอีกลับมาเป็นบวกหลังจากติดลบ 14 ไตรมาส อาจจะยาก เพราะไม่ได้มีเพียงเครื่องมือเดียวและสามารถแก้ไขได้ เนื่องจากสินเชื่อติดลบมาจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ดีมานด์ใช้จ่ายต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจหรือเอสเอ็มอีไม่ต้องการสินเชื่อ หรือชำระหนี้มากกว่าค่างวด (Repayment) เพราะไม่รู้จะนำเงินไปลงทุนหรือต่อยอดธุรกิจ เพราะไม่มียอดขาย ทำให้สินเชื่อหดตัว”
นายณัฐพลกล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในโครงการนี้ที่ 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 1 ปี ขณะที่ในปี 2569 เป้าหมายสินเชื่อเอสเอ็มอีภาพรวมของกสิกรไทย เน้นเติบโตตามสภาพตลาด โดยรักษาการเติบโตใกล้เคียงปีก่อน และรอดูสถานการณ์ เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตแบบ K-Shape คนที่มีดีมานด์ ก็ไม่ต้องการสินเชื่อ และ K ขาล่าง ต้องประคองดูแลใกล้ชิด
ดังนั้น ธนาคารจะไม่เร่งเติบโต หรือกระตุ้นการใช้สินเชื่อจนเกิดผิดวัตถุประสงค์ หรือความต้องการที่ไม่มีภาพเศรษฐกิจหนุนหลัง
“เดิมเรามองภาพเศรษฐกิจมีสัญญาณบวกหลังมีเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาล แต่หลังมีสงครามอิหร่านสร้างความไม่แน่นอนสูง คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอีก ซึ่งกระทบภาคธุรกิจและเอสเอ็มอี ดังนั้น การปล่อยสินเชื่อเราจึงดูตามสัดส่วนความต้องการของผู้ประกอบการเป็นหลัก ไม่เร่งปล่อย เช่นเดียวกับโควตาของ ‘SMEs Credit Boost’ ที่เราว่า 2 หมื่นล้านบาท น่าจะเพียงพอ”
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการ “SMEs Credit Boost” เป็นโครงการเครดิตการันตี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถฟื้นตัวและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยธนาคารมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์กับลูกค้า และเป็นผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจธนาคาร ซึ่งโครงการจะเริ่มในวันที่ 15 มี.ค. 2569 นี้
ทั้งนี้ สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อในโครงการดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนที่ธนาคารนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เพราะเงินกองทุนที่นำมาใช้ในการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการนี้มาจาก FIDF ซึ่งไทยเครดิตมีสัดส่วนในโครงการประมาณ 100 ล้านบาท คิดเป็นยอดปล่อยสินเชื่อประมาณ 500-700 ล้านบาท
“คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อในโครงการนี้ได้ 500-700 ล้านบาท ไม่สูง เมื่อเทียบกับเป้าหมายสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ดังนั้น จะเป็นตัวเสริมมากกว่า”
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นสินเชื่อที่มีการฟื้นตัวช้ากว่าสินเชื่อประเภทอื่น และอัตราการเติบโตติดลบยาวนาน และติดลบลึก ธุรกิจเอสเอ็มอีเจอโจทย์โครงสร้างเศรษฐกิจ จึงฟื้นตัวยากกว่ากลุ่มอื่น โดยปี 2569 สินเชื่อเอสเอ็มอียังเป็นภาพติดลบต่อเนื่อง โดยทั้งปีคาดการณ์หดตัว -4% ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.67 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ที่อยู่ 2.06 ล้านล้านบาท ซึ่งจะติดลบต่อเนื่องปีที่ 5 นับตั้งแต่ปี 2565 โดยล่าสุด ตัวเลขเดือน ม.ค. 2569 ยอดสินเชื่อหดตัวแล้ว -5.8%
ขณะที่ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2) สินเชื่อเอสเอ็มอีในระบบธนาคารพาณิชย์ พบว่า ปรับเพิ่มขึ้น โดยเอ็นพีแอลล่าสุดไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 9.12% จากไตรมาส 4/2567 อยู่ที่ 8.51% และ Stage 2 ในปี 2568 อยู่ที่ 15.82% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่อยู่ที่ 14.78% สะท้อนประเด็นคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่สามารถแก้ไขได้ และเป็นโจทย์ของธนาคารในการแก้ปัญหาต่อเนื่อง
“มองว่าปีนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีคงติดลบต่อ แต่อาจจะติดลบน้อยกว่าปีก่อน เพราะมีมาตรการอัดฉีดช่วยเหลือ โดยโครงการ ‘SMEs Credit Boost’ ที่เข้ามาช่วยให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่อ ก็ช่วยได้บ้าง แต่ปัจจัยหลักอยู่ที่ภาพของเศรษฐกิจ”
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า มาตรการ SMEs Credit Boost เป็นการเชื่อมโยงโครงการค้ำประกันขนาดใหญ่ของแบงก์ชาติกับระบบ Operating ของ บสย.เข้าด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ระบบของ บสย.พร้อมให้บริการแล้ว รอทางแบงก์ต่าง ๆ ส่งลูกค้ามาค้ำประกัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: แบงก์จ่อปล่อยกู้ ‘Credit Boost’ ขานรับ ธปท.แก้ปมสินเชื่อ SMEs ติดลบหนัก
