คอลัมน์ : สัมภาษณ์
“สงครามตะวันออกกลางส่อแววไม่จบลงง่าย ๆ และเศรษฐกิจโลกกำลังดิ่งหัวลงแบบไม่รู้ทิศรู้ทาง วิกฤตตรงนี้จำเป็นต้องใช้วิธีพลิกให้เป็นโอกาสที่ได้มากกว่าเสีย เป้าหมายในการดึงการลงทุนเข้ามายังไม่เปลี่ยนแปลง และการใช้กลไก Thailand Fast Pass ปลดล็อกให้เห็นการลงทุนจริง ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผล”
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนนับจากนี้ที่เราอาจต้องปรับเงื่อนไขบางอย่างในส่วนของมาตรการที่ดึงผู้เชี่ยวชาญคนเก่ง ๆ เข้ามา เพราะนี่ยังถือเป็นจุดที่ประเทศไทยยังขาด แต่เชื่อว่าในปี 2569 เป้าหมายการเห็นเงินลงทุนจริงและบิ๊กคอร์ปอเรตเลือกที่จะหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อลงทุน และประเทศไทยก็คือเป้าหมาย
สถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาคของโลกที่ทวีความตึงเครียดในช่วงนี้ กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นเร็วมาก กระทบในด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก
ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสามารถเห็นได้ชัดใน 2 ประเด็นสำคัญคือ ต้นทุนการทำธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังเริ่มปรากฏสัญญาณว่าวัตถุดิบบางประเภทอาจเผชิญภาวะขาดแคลน หรือมีราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจและภาคการผลิตทั่วโลก เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมแผนรับมือ
ในมิติของการลงทุน มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ระยะสั้น แต่เป็นผลต่อเนื่องจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่สะสมมาอย่างยาวนาน และกำลังนำไปสู่การปรับตัวของระเบียบเศรษฐกิจโลกในระยะยาว จากสถานการณ์ดังกล่าวนักลงทุนทั่วโลกจึงเริ่มปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยหันมามองหาแหล่งลงทุนที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและกระบวนการผลิตสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
แต่ความตึงเครียดของเศรษฐกิจโลกกลับกลายเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถสูงเข้ามาทำงานในประเทศ เนื่องจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทั้งเงินทุนและแรงงานฝีมือไปยังประเทศที่มีเสถียรภาพมากกว่า ซึ่งเราก็อาจจะมีการปรับเงื่อนไขในส่วนที่เป็นมาตรการดึงดูดคนเก่งเข้ามา อย่าง Smart VISA หรือจะเป็น Work Permit ใบอนุญาตทำงาน อย่างเรื่องของการรายงานตัว 90 วัน ซึ่งมันอาจจะดูยุ่งยากไปหน่อย
เราก็กำลังดำเนินการเพื่อจะปรับเรื่องนี้อยู่ โดยเราจะเริ่มกับบางกลุ่มก่อน อย่างผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ผู้บริหารที่เป็นบริษัทชั้นนำที่เข้ามาลงทุนก่อนแล้ว หรือถ้าเป็นตัว LTV สเป็กที่เรากำหนดดีอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจต้องมาแก้อุปสรรคที่เจออยู่ตอนนี้
ในด้านนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเดินหน้าทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม และการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ควบคู่กัน โดยอุตสาหกรรมเดิมที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ภาคเกษตรและอาหาร การแพทย์ และการท่องเที่ยว จะได้รับการยกระดับให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยยังให้ความสำคัญกับการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเริ่มเห็นความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างอุตสาหกรรมไบโอ เช่น ไบโอพลาสติก ไบโอแมทีเรียล และไบโอฟิวเอล อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่
ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นฐานการผลิตสำคัญของอาเซียน และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของโลกที่อยู่นอกประเทศจีน ในบอร์ด EV ที่มีเราอยู่ ก็มีคุยกันว่าเมื่อมี ครม.ชัดเจนแล้ว เรื่องที่เราจะต้องนำมาประชุมเลยก็คงจะเป็นมาตรการสนับสนุน EV ต่อ จากที่เรามี EV 3.0 และ EV 3.5 ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องการปกป้องผู้ผลิตในประเทศด้วย ส่วนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงก็เข้ามาลงทุนมาก รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาคบริการมูลค่าสูง
“เรารู้ว่าเราเองมีจุดแข็งมากมาย แต่สุดท้ายเราก็เห็นว่ามีนักลงทุนไม่เลือกเรา ไปเลือกเวียดนาม สิงคโปร์แทน สุดท้ายแล้วเราขาดอะไร แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน ยอมรับว่าที่เรามีมันต้องมีมากกว่านี้ อย่างโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ มันไม่ใช่แค่มีถนน แต่มันต้องมีการคมนาคมให้ครบ ระบบพลังงานโดยเฉพาะพลังงานที่ต้องสะอาด น้ำทำยังไงที่เราไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าน้ำจะพอไม่พอทุกปี การพัฒนาทักษะแรงงานมันต้องให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมใหม่ วันนี้โลกกำลังแข่งขันกันใน 4 เรื่องสำคัญคือ พลังงาน แร่หายาก ชิป และ AI ประเทศไหนมีความสามารถใน 4 เรื่องนี้จะเป็นผู้ชนะในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่”
ล่าสุดเราพาสื่อมวลชนไปดูบริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เขาเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมการผลิตสารแต่งกลิ่นรสจากวัตถุดิบทางการเกษตร สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการสกัดกลิ่นจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ และสร้างสูตรจำลองกลิ่นตามที่ต้องการ (Bio Reengineering) วันนี้เขาเองใช้เรื่องของการวิจัยและพัฒนาเข้ามาช่วยทำให้เติบโตและได้รับความสนใจจาก “โดห์เลอร์ กรุ๊ป” ผู้นำระดับโลกด้านส่วนผสมอาหารจากประเทศเยอรมนีเข้ามาร่วมลงทุนและเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) พัฒนาโรงงานในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญของกลุ่มโดห์เลอร์ในภูมิภาคอาเซียน
วันนี้อุตสาหกรรมสารแต่งกลิ่นรสอาหาร (Food Flavors) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ตลาดมีมูลค่าประมาณ 16,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 26,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2577 โดยเติบโตเฉลี่ยราว 5.4% ต่อปี
จากความสำเร็จตรงนี้ เขาตั้งบริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด ขึ้นมาอีก เพื่อสร้างนวัตกรรมสารแต่งกลิ่นรสผ่านการพัฒนารสชาติและกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย (Thai Authentic Flavor) ที่มีความโดดเด่นและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเป็นส่วนประกอบหนึ่งในขนมลูกชุบที่ให้บริการบนการบินไทย
อย่างที่เราอยากจะเร่งการลงทุนจริง ใช้ Fast Pass มาปลดล็อกลอตแรกไปแล้ว 16 บริษัท มูลค่า 170,000 ล้านบาท ได้อนุมัติไปหมดแล้ว เขาก็อยู่ในขั้นตอนไปขอใบอนุญาตต่าง ๆ มันก็มีที่ต้องขอ EIA ขอ รง.4 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) 3 การไฟฟ้า และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ทั้งหมด 8 หน่วยงาน แล้วค่อยมาที่ขั้นตอนที่การออกบัตรส่งเสริม ซึ่งใช้เวลาไม่นาน
ตอนนี้เรากำลังจะเริ่มลอตที่ 2 ปีนี้เราจะเห็นการลงทุนจริงแน่นอน อย่างตอนแรกที่เราสำรวจมีประมาณ 70 บริษัทที่พร้อมจะลงทุนเข้าเงื่อนไขที่ว่าเงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่พร้อมลงทุน ซึ่งประมาณ 35 บริษัท เขาลงทุนแล้วประมาณ 100,000 ล้านบาท อีก 30 บริษัทพร้อมดำเนินการยื่นขอบีโอไอ พร้อมลงทุนในปีนี้หรือปีหน้าอีก 100,000 ล้านบาท ที่เหลือก็ยังติดตามอยู่อีก 13 รายที่เราต้องเข้าไปช่วยแก้ให้ อย่างติดปัญหาเรื่องที่ดิน เรื่องไฟฟ้า
และแน่นอนว่าเราจะเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มอีก มันก็เป็นผลมาจากที่เราไปคุยมา และเขาก็อยู่ใน 4-5 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เราต้องการด้วย แล้วอีก 2 สัปดาห์เราจะไปจีนอีกครั้ง งานเซมิคอนดักเตอร์ เพราะมันก็มีหลายอุตสาหกรรมที่เราอยากให้มาลงทุน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘บีโอไอ’ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส Fast Pass 2 ดึงนักลงทุนหนีสงคราม