“อาทิตย์” ซีอีโอ SCBX รับสงครามตะวันออกกลาง กระทบธุรกิจ-ลูกค้า เร่งปรับแผนธุรกิจ-ชะลอลงทุน-ค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น พร้อมช่วยเหลือผ่อนผันลูกค้า แนะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วรวด-ถี่ขึ้น ต้องสร้าง New S Curve ใหม่ควบคู่ของเดิม กล้าลองผิด-ลองถูก หนุนการเติบโตจีดีพีอย่างมีคุณภาพ มองรัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพ อย่าเน้นกล้าปัญหาเฉพาะ แต่ต้องกล้าปัญหาระยะยาว ชี้ ขยับเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อกระตุ้นการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ มีความจำเป็นทำก็ต้องทำ
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางนั้น ในส่วนของ SCBX ยอมรับว่า ต้องมีการปรับตัวและแผนธุรกิจ โดยให้น้ำหนักในเรื่องเป้าหมายการเติบโตธุรกิจเป็นเรื่องรอง แต่เน้นบริหารความเสี่ยง ระมัดระมัดระวังและทำธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำทุกภาคส่วนว่า “อย่าทำงานแบบปฏิเสธแบบเหมาเข่ง หรือ บุกแบบเหมาเข่ง” จะต้องเลือก (Selective) มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ในเรื่องการลงทุนหรือการใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น หากไม่มีความจำเป็นก็คงต้องชะลอแผนการลงทุนไปก่อน หรือ การให้สินเชื่อบางอย่างอาจจะชะลอหรือหยุด (Pause) เช่น ลูกค้าบุคคล อาจจะขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือรถยนต์ อาจจะต้องพิจารณา หากเป็นลูกค้ากลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เพราะธนาคารไม่สามารถรู้ว่าผลกระทบในระยะข้างหน้าอีก 2-3 เดือนจะเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับ คุณภาพสินทรัพย์จะต้องรอดูสถานการณ์ว่าจะขยายวงกว้างมากน้อยขนาดไหน หรือกระทบแค่ระยะสั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม
ดังนั้น การดูแลช่วยเหลือลูกค้า จะต้องพิจารณาการช่วยเหลือเป็นรายกรณี หรือเป็นรายๆ ไป แต่การช่วยเหลือจะต้องรวดเร็ว เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นมีหลายส่วน เช่น ภาคการท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบหมด เช่น นักท่องเที่ยวจีนยังคงมา แต่อาจจะกระทบนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) จะกระทบยอดการจอง (Booking) ให้ปรับลดลง หรือ ภาคการส่งออกหรือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีหลากหลายอุตสาหกรรม และบางอย่างสามารถส่งผ่านไปยังผู้บริโภค ทำให้ผลกระทบไม่เหมือนกัน หรือกรณีลูกค้ารายใหญ่วันนี้อาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือ
“วันนี้เราลงไปดูไปช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งวันนี้แตกต่างจากการระบาดของโควิด-19 ที่รัฐบาลประกาศให้สามารถหยุดจ้างได้ชั่วคราว แต่วันนี้ไม่ใช่ เราคงทำได้แต่ “ผ่อนผันหรือยืดหยุ่น” ไม่ให้ลูกค้าบีบรัดจนเกินไป และในส่วนของ SCBX เอง เราก็ต้องปรับแผนปรับธุรกิจ ไม่เน้นว่าต้องทำให้ได้เป้าหมาย โดยไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในกองไฟ ทำงานโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเป้า”
สำหรับประเด็นเรื่อง การยุติธุรกรรมการลงทุนของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ใน Home Credit Vietnam Finance Company Limited มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท ที่มีแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น นายอาทิตย์ กล่าวว่า การยกเลิกธุรกรรมดังกล่าว เกิดจาก ธนาคารรัฐแห่งเวียดนาม (State Bank of Vietnam-SBV) ได้มีหลักเกณฑ์บางประการ ทำให้ต้องยุติธุรกรรมดังกล่าว แต่ถามว่ายังสนใจในเวียดนาม เราก็ยังดูอยู่ตลอดเวลา เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ยังเติบโตได้ดี
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา BATTLE STRATEGY 2026 พลิกเกมรบ ชิงชัยเศรษฐกิจ “ทะยานสู่เป้าหมาย “จีดีพี3%” บนสมรภูมิระเบียบโลกใหม่ หัวข้อ The Intelligence Shift : Re-engineering Thai Capital for a High Growth New World จัดโดยหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผันผวน ไร้ระเบียบ มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว้างขึ้นในทุกครั้งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นคำถามคือ สิ่งเกิดขึ้นจะเป็นไปอย่างถาวรหรือไม่ สภาพหลังจากผ่านสถานการณ์มาได้เป็นอย่างไร มีริ้วรอยเล็กน้อย หรือคลานออกมา
โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จึงต้องมีการเร่งปรับตัว โดยนอกจากดูแลส่วนที่ขับเคลื่อนหลักแล้ว ก็ต้องส่วนเสริมใหม่ที่เขามาด้วย โดยส่วนที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยอยู่เดิมก็มีเรื่องส่งออก กับท่องเที่ยว ซึ่งเป็น 2 เซ็กเตอร์หลักที่ดูแลขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้ภายใต้โลกข้างหน้าที่ไม่เหมือนเดิม ในอีกทางหนึ่งต้องหา New S Curve ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อาหาร การแพทย์-สุขภาพ ไฟแนนซ์ เพื่อสร้างช่องทางรายได้ในอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย
อย่างไรก็ดี การเติบโตจีดีพี 3% นั้น ไม่ใช่ไม่ดี แต่มองว่า อย่ามองแค่ตัวเลข แต่จะต้องเป็นการเติบโตคุณภาพ หากสามารถตั้ง KPI ว่า New S Curve จะต้องมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในการช่วยหนุนการเติบโต ซึ่งจะต้องเร็วและต่อเนื่องเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ เร็ว และกลับมาเหมือนเดิม แต่จะต้องทำให้มีเป้าหมายชัดเจน และทดลองให้เกิดขึ้นเร็ว โดยไม่หลอกตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศและระดับองค์กร
“หากเทียบกับปี 97 เหมือนระเบิดทุกคนบาดเจ็บ และในช่วงโควิด-19 เรายังหายใจ 2-3 ปี แต่วันนี้เศรษฐกิจเป็น 2 เทียร์ ฐานรากสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทั้งซัพพลายเชน กระทบยาวลูกค้าระดับบุคคล วันนี้ธนาคารดูเหมือนผลประกอบการดี แต่การดูแลลูกค้าระดับบุคคล เอสเอ็มอี พบว่า อ่อนแอลงเรื่อยๆ และระบบสถาบันการเงินจะอยู่อย่างไร ซึ่งค่อยๆ มาถึงเรา และเป็นการทยอยเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ใครเตรียมความพร้อมรองรับมากน้อยแค่ไหน”
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบแล้วก็จะเป็นหลักการที่ใกล้เคียงกันกับการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ของ SCBX ที่เราตั้งธนาคารไทยพาณิชย์เป็นธุรกิจหลักที่ทำเงิน (Cash Cow) ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจใหม่เข้ามาเพื่อสร้างรายได้ในโลกหรือรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ๆ ด้วย ซึ่งความท้าทายคือการทำให้ทั้งส่วนนี้มีความสอดคล้องไปด้วยกันได้ ไม่ทับซ้อนกันมากเกินไป อย่างเรื่องของธนาคารกับธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) นั้น จะต้องเข้าใจว่า ธุรกิจนี้ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียวแล้ว และหากยังคงมีแค่รูปแบบเดิมๆ ก็จะทำให้เสียโอกาสไป และหากรูปแบบใหม่ขยายไปได้ดี จะถือเป็นความท้าทายของแบงก์ในรูปแบบเดิม
“ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจที่จะไม่เหมือนเดิม ธุรกิจก็เช่นกัน เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลองทำในสิ่งใหม่ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีลองผิด แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยแล้วนั่งถกกันแต่เรื่องลองผิด ลองถูกเราก็จะไม่ได้ทำอะไรเลย สิ่งที่สำคัญคือเมื่อลองผิดแล้วต้องนำบทเรียนนั้นมาใช้เพื่อปรับให้ได้ประโยชน์ต่อไป”
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาภาครัฐได้ใช้ทรัพยากรไปมากในการช่วยเหลือ-เยียวยา แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่การนำมาใช้เพื่อการดูแลปัญหาโครงสร้างที่ถดถอยลงไปมาก จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะหากไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวทรัพยากรที่จะนำมาดูแลส่วนอื่นๆ ก็จะไม่มีอีกต่อไป
สำหรับในส่วนของตลาดหลักทรัพย์นั้น สัญญาณดีในช่วงที่ผ่านมา มองว่าเป็นสัญญาณหลอก ถ้าปัจจัยพื้นฐานไม่ดี ก็ไม่มีสัญญาณดี และจะดีก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังทุกภาคส่วน หากยังอยู่อย่างนี้ก็ยากที่จะเห็นการเฟื่องฟูของตลาดทุน
“รัฐบาลชุดนี้ถือว่ามีเสถียรภาพมีเสียงข้างมาก ทำให้น่าจะทลายปัญหา อุปสรรคต่างได้ในการผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงได้ ทำให้รวดเร็ว ซึ่งในครึ่งปีหลังนี้ มองว่าความผันผวนต่างๆยังคงอยู่ การแก้ปัญหาระยะสั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ในระยะยาวในการหา S Curve ใหม่ก็ต้องทำ เพราะเมื่อ Cash Cow เดิมอ่อนแรงลงเรื่อยๆ โดยไม่มีรายได้ใหม่ เราจะเข้าสู่มุมกระดาน
ดังนั้น การลงทุนใน Resources ใหม่จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น และเมื่อเกิดความเชื่อมั่นภาคเอกชน หรือการลงทุนจากต่างประเทศก็จะตามเอง ส่วนจะใช้เงินจากภาคส่วนไหนนั้น มองว่าสามารถใช้ได้ในหลายๆ ส่วน อย่างเงินสำรองระหว่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูงเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์ หรือจะเป็นการเพิ่มเพดานเงินกู้ ซึ่งคาดว่าปี 70 ติดเพดาน หากนำมาทำแล้วจะเป็นเชื้อไฟที่นำพาการลงทุนที่ใหญ่กว่านั้นเข้ามาเป็นผม ผมจะทำ”
อ่านข่าวต้นฉบับ: “อาทิตย์” ซีอีโอ SCBX เร่งปรับแผนธุรกิจ แนะรัฐแก้ปัญหาระยะยาวรับมือโลกผันผวนรุนแรง