แหล่งข่าวสหรัฐ อิสราเอล และในภูมิภาคระบุว่า สหรัฐและอิหร่านเจรจากรอบข้อตกลงหยุดยิงทางอ้อม โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง ตลอดทั้งคืน จนกระทั่งได้กรอบ “ข้อตกลงอิสลามาบัด” ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้วันที่ 6 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น นำไปสู่การเปิดฮอร์มุซ ขณะที่บางแหล่งข่าวกล่าวว่า อิหร่านยังไม่ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า อิหร่านและสหรัฐได้รับแผนยุติการสู้รบซึ่งร่างโดยปากีสถาน โดยอาจมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 เมษายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่น และจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
กรอบข้อตกลงยุติสงคราม ที่มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “ข้อตกลงอิสลามาบัด” (Islamabad Accord) ถูกร่างขึ้นโดยปากีสถาน จากนั้นมีการส่งต่อระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเพื่อพิจารณาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยมีกรอบแนวทาง 2 ระดับ คือ การประกาศหยุดยิงในทันที จากนั้นจึงตามด้วยการทำข้อตกลงที่ครอบคลุมในลำดับถัดไป
แหล่งข่าวยังกล่าวเสริมว่า ทุกองค์ประกอบจำเป็นต้องได้รับการตกลงกันในวันนี้ (6 เม.ย.) โดยความเข้าใจเบื้องต้นจะถูกจัดทำเป็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ลงนามผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยปากีสถาน ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารเพียงช่องทางเดียวในการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
สำนักข่าว Axios รายงานเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยอ้างแหล่งข่าวจากสหรัฐ อิสราเอล และในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า สหรัฐ อิหร่าน และผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคกำลังหารือเกี่ยวกับการหยุดยิง 45 วัน เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสองขั้นตอนที่อาจนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร
แหล่งข่าวแจ้งกับรอยเตอร์ว่า พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ทำการติดต่อกับ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ตลอดทั้งคืน
ภายใต้ข้อเสนอนี้ การหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ทันที และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยจะมีเวลาประมาณ 15-20 วัน ในการสรุปข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้นต่อไป ซึ่งจะครอบคลุมถึงกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคสำหรับการจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และจะมีการหารือขั้นสุดท้ายแบบเจอหน้ากัน ณ กรุงอิสลามาบัด
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่อิหร่านเคยแจ้งกับรอยเตอร์ว่า เตหะรานกำลังมองหาการหยุดยิงถาวร พร้อมการรับประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีโดยสหรัฐและอิสราเอลอีก อีกทั้งกล่าวว่า อิหร่านได้รับข้อความจากผู้ไกล่เกลี่ยหลายราย รวมถึงปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์
แหล่งข่าวระบุว่า คาดว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะรวมถึงข้อผูกพันของอิหร่านที่จะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปล่อยทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากปากีสถาน 2 คน กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ แม้ว่าจะมีการติดต่อกับพลเรือนและกองทัพอย่างเข้มข้นแล้วก็ตาม
แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งกล่าวว่า อิหร่านยังไม่ตอบรับ โดยข้อเสนอสำหรับการหยุดยิงชั่วคราว ที่ได้รับการสนับสนุนจากปากีสถาน จีน และสหรัฐ ยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ จนถึงขณะนี้
ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อจนเข้าสู่เดือนที่ 2 ยังมีความพยายามในการเจรจาเกิดขึ้น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เลื่อนเส้นตายการโจมตีอิหร่านชั่วคราวเพื่อให้เกิดการเจรจา ออกไปแล้วถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ทรัมป์ขู่ครั้งแรกว่า จะทำลายล้างโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง แต่สองวันต่อมา วันที่ 23 มีนาคม ทรัมป์กล่าวว่า ขยายเส้นตายโจมตีอิหร่านออกไปอีก 5 วัน จนถึงวันที่ 28 มีนาคม ระหว่างที่การเจรจากับอิหร่านดำเนินไปอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีการติดต่อตรงใด ๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่ของตนกับรัฐบาลทรัมป์
ครั้งที่สอง วันที่ 26 มีนาคม ทรัมป์โพสต์ทรูทโซเชียลระบุว่า จะเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านเป็นการชั่วคราวอีก 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เมษายน เวลา 20:00 น. ตามเวลาตะวันออก โดยย้ำว่าการเจรจายังคงดำเนินอยู่ ต่อมา วันที่ 5 เมษายน ทรัมป์โพสต์ทรูทโซเชียลย้ำคำขู่ก่อนหน้านี้ว่า “จำได้ไหม ที่ให้เวลาอิหร่าน 10 วัน ในการเจรจาหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เหลือเวลาน้อยแล้ว เหลืออีก 48 ชั่วโมง ก่อนที่หายนะจะมาเยือน”
รวมถึงอีกโพสต์ว่า “เปิดช่องแคบเวรนั่นซะ พวกบ้าทั้งหลาย ไม่งั้นพวกคุณจะต้องอยู่ในนรก” และอีกโพสต์หนึ่งว่า “วันอังคาร 8 โมงเย็น ตามเวลาฝั่งตะวันออก!” (07.00 น. วันพุธที่ 8 เมษายน ตามเวลาในไทย)
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ข้อตกลงอิสลามาบัด’ อาจมีผล 6 เม.ย. ยุติสงครามอิหร่าน-เปิดฮอร์มุซ