SpaceX ดอดยื่นไฟลิ่งขอ IPO ระดุมทุนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แปลงร่างเป็นบริษัทเอไอ-อวกาศ ขณะที่ Anthropic OpenAI ชิงดำระดมทุนตัดเกม ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจมหภาค-ภูมิรัฐศาสตร์
กระแสข่าวการยื่นไฟลิ่งของ SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” โดยลับ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อระดมทุนเสนอขายหุ้นแก่สาธารณะ (IPO) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการระดมทุนนี้จะเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และคาดว่าการระดมทุนดังกล่าวจะเกิดเร็วกว่าที่คาด คือ ราวเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2026 นี้
ไม่ใช่แค่นั้น แต่ฝั่งบริษัทเอไอ ที่เติบโตจากการเป็นสตาร์ทอัพอย่าง Anthropic และองค์กรไม่แสวงกำไร OpenAI ที่ออกเทคโนโลยีพลิกโฉมโลกอย่าง ChatGPT ก็กำลังเร่งเครื่อง แต่งตัวเข้า IPO เช่นเดียวกัน
ข่าวการเตรียมเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX สะพัดมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แลความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุด คือ การควบรวมกิจการตนเอง ระหว่าง SpaceX และ xAi ซึ่งเป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์ของ “มัสก์” เอง ดีลดังกล่าวทำให้ SpaceX มีมูลค่าประเมินที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และ xAI มีมูลค่าประเมินที่ 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทที่ควบรวมกันจะมีมูลค่ารวม 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
ในเชิงโครงสร้างวิศวกรรม การควบรวมนี้ทำให้ SpaceX ไม่ได้เป็นแค่บริษัทจรวดขนส่งสู่อวกาศ และเจ้าของโครงข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์ แต่กำลังเป็นบริษัทเอไอ ที่พร้อมส่งดาต้าเซ็นเตอร์และหน่วยประมวลผลเอไอสู่อวกาศ โดยมีแผนส่งดาวเทียมล้านดวงเพื่อนำดาต้าเซ็นเตอร์ไปใช้พลังงานและความเย็นฟรี ๆ จากวงโคจร เพื่อทลายข้อจำกัดเรื่องไฟฟ้าและความเย็นในโลก
ทำให้การ IPO ครั้งนี้ เฉือนชนะ การเข้า IPO ของ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันที่มใหญ่สุดในโลกในปี 2019 ที่ระดมทุนได้ราว 2.5-2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
รวมถึงการเข้า IPO ของบิ๊กเทคจีนอย่าง Alibaba Group ในปี 2014 ที่ระดมทุนราว 2.1-2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
ในช่วงเวลาเดียวกัน คู่แข่งสายตรงในสมรภูมิ AI อย่าง OpenAI และ Anthropic ก็กำลังเร่งเครื่องระดมทุนและเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนเช่นกัน
รายงานระบุว่า Anthropic สตาร์ทอัพ AI ผู้พัฒนา Claude กำลังเตรียมแผนทำ IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เร็วสุดภายในเดือนตุลาคมปี 2026 นี้ โดยคาดการณ์มูลค่าประเมินบริษัทอาจสูงทะลุ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในวงการเอไอ หากไม่นับรวม SpaceX เป็นบริษัทเอไอ
แม้ว่า Anthropic จะมีข้อพิพาทกับรัฐบาลสหรัฐฯ โดนแปะป้าย “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Risk) หลังจาก Anthropic ปฏิเสธที่จะถอดระบบป้องกันเพื่อไม่ให้มีการนำ AI ไปใช้ใน อาวุธสังหารอัตโนมัติ หรือ การสอดแนมมวลชน หรือ แบน Anthropic จากซัพพลายเชน
แต่ล่าสุดเมื่อ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา ศาลรัฐบาลกลางในซานฟรานซิสโก ได้ออก คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (Preliminary Injunction) เพื่อระงับการแบนของรัฐบาลไว้ก่อน โดยระบุว่ามาตรการของรัฐบาลดูเหมือนเป็นการ “แก้แค้น” มากกว่าเหตุผลด้านความมั่นคงและรัฐบาลทรัมป์ได้ยื่น อุทธรณ์คำสั่ง ในวันที่ 2 เม.ย. ต่อศาลอุทธรณ์เขต 9เพื่อพยายามกลับคำตัดสินและบังคับใช้การแบนอีกครั้ง
ล่าสุด Financial Time รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษ กำลังเสนอให้ Anthropic เข้ามาตั้งสำนักงานในลอนดอน เพื่อขยายธุรกิจและป้องกันความเสี่ยงต่อกรณีพิพาทกับรัฐบาลสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันแผนการเข้า IPO ของ OpenAI ดูจะเผชิญปัญหามาแต่ต้น ด้วยโครงสร้างเดิมเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ทำให้เสียงแตกภายใน แม้รายงานระบุว่า มีแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2026 แต่มีความเห็นต่างกันระหว่างผู้บริหารระดับสูง อย่าง “Sam Altman” ซีอีโอ ที่อยากจะผลักดันการ IPO ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดอย่างน้อยภายใน ไตรมาสที่ 4 ของปี 2026
ขณะที่ “Sarah Friar” CFO และอีกหลายคนมองว่าได้แสดงความกังวลเป็นการภายในว่าบริษัทอาจ ยังไม่พร้อมก่อนปี 2027 เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างองค์กร ระเบียบปฏิบัติตามกฎหมาย และการจัดการการใช้จ่ายที่สูงมาก
จากการระดมทุนรอบล่าสุดในเดือนเมษายน 2026 OpenAI มีมูลค่าประเมินสูงถึง 8.52 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเมื่อเข้า IPO มูลค่าอาจพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม OpenAI มีแผนการใช้จ่ายมหาศาลกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และเซิร์ฟเวอร์ บริษัทมีการเผาเงิน (Cash Burn) สูงมาก โดยคาดว่าอาจต้องใช้เงินกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ก่อนที่จะเริ่มมีกำไรสุทธิ
OpenAI เพิ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้ OpenAI Foundation (องค์กรไม่แสวงหากำไร) ถือหุ้นใน OpenAI Group ประมาณ 26% เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบริษัทมหาชน
การเร่งเกมยื่นเอกสาร และเดินสายหานักลงทุนของ SpaceX คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงเดือนนี้ ซึ่งเป็นการเร่งปฏิกริยาของบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มเทคโนโลยีเอไอให้เร่งการระดมทุนตาม ด้วยสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันที่ความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาด้านสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ ที่สงครามในอิหร่านครั้งนี้ บริษัทเอไอ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ดังเช่นกรณี Anthropic ที่มีการระบุว่าโมเดลเอไอถูกทางการสหรัฐนำไปใช้ทางการทหารในเวเนซุเอล่าและอิหร่าน
ทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ปิโตรเลียม พลาสติก ปุ๋ย เริ่มขาดแคลนในฝั่งเอเชีย ซึ่งจะนำไปสู่สินค้าขึ้นราคา และภาวะเงินเฟ้อสูง กดดันอัตราดอกเบี้ยให้คงตัวหรือสูงขึ้น ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อตลาดทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยง
การระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นี้มีถึง 3 บริษัทเอไอขนาดยักษ์ ที่ขยับขยับไล่เลี่ยกัน โดยเฉพาะ Anthropic และ OpenAI ที่เป็นคู่แข่งโดยตรง หากใครเข้าวินก่อนด้วยตัวเลขระดมทุนมหาศาล จะเป็นการดึง “เม็ดเงิน” จากนักลงทุนรายใหญ่ (Institutional Investors) รวมถึงรายย่อย ให้มาลงที่ตนเองก่อนที่บริษัทเอไออื่นจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์
ดังนั้นการชิงเม็ดเงินมหาศาลท่ามกลางวิกฤตของโลกครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งเกมชิงดำ ของบริษัทยักษ์ที่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกยุคถัดไป ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าวต้นฉบับ: บริษัท AI พาเหรดชิง IPO จุดพลุระดมทุนใหญ่สุดในประวัติศาสตร์กลางวิกฤตสงคราม