เปิดเทอม 2569 ฝืดจัด ผู้ปกครองซมพิษสงครามจ่ายเงินซื้อเท่าที่จำเป็น ต่างจังหวัดกระทบหนัก เชียงใหม่ ผู้ค้ารายใหญ่โอด “แย่ที่สุด” ยอดขายหาย 60% ลดระดับซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนตลาดนัด “ตราสมอ-น้อมจิตต์” เสริมบริการ-ขายออนไลน์ ห้างตบเท้าจัด Back To School ลดกระหน่ำ แจกคูปอง ชิงดีมานด์
นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมจิตต์ แมนนูแฟกเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดนักเรียนแบรนด์ น้อมจิตต์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดชุดนักเรียนช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
เห็นได้ชัดจากพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้ปกครองซึ่งเปลี่ยนแปลงไปชัดเจน ส่วนใหญ่ลดหรือชะลอการซื้อชุดนักเรียนลง อาทิ ลดการซื้อจาก 5 ชุดสำหรับใส่จันทร์-ศุกร์ เหลือ 2 ชุด และชะลอการซื้อชุดที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ทันทีอย่างชุดลูกเสือออกไป รวมถึงหลายรายยังวางแผนซื้อใกล้วันมอบตัวมากขึ้นด้วย โดยอาจกระชั้นเพียง 3 วัน
ส่วนกลุ่มที่ยังซื้อจำนวนมากตามปกติมีเพียงกลุ่มที่เปลี่ยนระดับชั้น เช่น ประถมศึกษาปีที่ 1 หรือมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงวางเป้ารายได้ปี’69 ไว้ที่ทรงตัวเท่ากับปีที่แล้ว
“ช่วงต้นปียังมีแนวโน้มว่าปี’69 นี้รายได้มีโอกาสพลิกกลับมาเติบโตอีกครั้ง หลังปี’68 รายได้ทรงตัวหลังเศรษฐกิจถูกกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม ฯลฯ แต่เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลาง สถานการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปจนอาจซ้ำรอยปี’68”
สอดคล้องกับความเห็นของนางพวงเพชร แซ่จือ เจ้าของร้านสุทธิพร ตลาดประตูก้อม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ในปีนี้ถือว่า “แย่ที่สุด” ตั้งแต่เปิดร้านมา โดยหากเทียบกับปีที่แล้ว ยอดขายหายไปกว่า 50-60% จากปกติในช่วงใกล้เปิดเทอมร้านจะคึกคักและมียอดขายเฉลี่ยวันละ 50,000-60,000 บาท แต่ปัจจุบันเหลือเพียงวันละ 20,000-30,000 บาทเท่านั้น โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อของผู้ปกครองลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิม
ส่วนนายณพัฒน์ศักย์ พรพันธุนุกูล เจ้าของร้านเฟิสท์ ตัวแทนจำหน่ายชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี กล่าวว่า ภาพรวมการซื้อขายตั้งแต่หลังสงกรานต์เป็นต้นมาพบว่าไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา ทั้งด้วยปัจจัยภาวะค่าครองชีพ รวมถึงผู้ปกครองอาจใช้เงินไปกับช่วงสงกรานต์จนเงินแทบจะไม่เหลือแล้ว
ส่วนในจังหวัดตราด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจตลาดเทศบาลเมืองตราด อ.เมืองตราด พบว่าบรรยากาศการซื้อขายชุดนักเรียน-อุปกรณ์การเรียนส่วนใหญ่ยังคงเงียบเหงา บางร้านมียอดขายลดลงกว่า 50% จากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ลูกค้าต่างอำเภอไม่เข้ามาซื้อเหมือนปกติ
ส่วนใหญ่ผู้ปกครองเลือกซื้อเฉพาะเสื้อนักเรียนจากหน้าร้าน เพื่อรับบริการปักชื่อและชื่อโรงเรียน ส่วนกางเกง กระโปรง รองเท้า ถุงเท้า รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ นิยมไปซื้อตามตลาดนัดที่มีราคาถูกกว่า รวมถึงบางส่วนหันไปสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่ชุดลูกเสือ ยุวกาชาด และเนตรนารี บางโรงเรียนอนุโลมไม่ต้องแต่งครบชุด ทำให้ยอดจำหน่ายหน้าร้านลดลงมาก
นายวรวุฒิ ชูศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมอยูนิฟอร์ม จำกัด ผู้จัดจำหน่ายชุดนักเรียน “ตราสมอ” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ปีนี้ผู้ปกครองระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยนอกจากการซื้อเท่าที่จำเป็นแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการเลือกสินค้าที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากที่สุดด้วย
เนื่องจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การตัดสินใจซื้อต้องคิดคำนวณมากขึ้น โดยนโยบายผ่อนปรนเรื่องชุดนักเรียนมาช่วยลดภาระให้ครอบครัวที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ออนไลน์และอีคอมเมิร์ซกลายเป็นช่องทางที่ขยายตัวและคึกคักมากกว่าหน้าร้านออฟไลน์อย่างชัดเจน สะท้อนจากยอดขายของบริษัทที่เติบโตขึ้น เชื่อว่าปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงการย้ายช่องทางการซื้อ และพฤติกรรมการจับจ่ายที่คิดคำนวณมากขึ้น โดยผู้ปกครองจะตัดสินใจเลือกซื้อกับร้านที่สร้างความมั่นใจในด้านคุณภาพและความสะดวกเป็นหลัก
“กำลังซื้อของผู้บริโภคไม่ได้หายไปจากตลาด เพียงแต่ย้ายช่องทางการซื้อ และผู้ซื้อเลือกสินค้าละเอียดมากขึ้น เพื่อความคุ้มค่ามากที่สุด”
เพื่อต่อยอดโมเมนตัมการเติบโตในช่องทางออนไลน์ บริษัทจึงเดินหน้าเพิ่มความสะดวกในช่องทางออนไลน์ มุ่งลดภาระผู้ปกครองทั้งการเดินทาง, เวลา และลดต้นทุนแฝงต่าง ๆ รวมถึงบริการแนะนำไซซ์โดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ขนาดที่พอดีตั้งแต่การสั่งซื้อครั้งแรก ลดการเปลี่ยนสินค้า และยังมีบริการเสริมที่จำเป็น เช่น ปักชื่อ-ชั้น, ออกใบเสร็จเพื่อใช้เบิกกับโรงเรียน และนโยบายการเปลี่ยนไซซ์ที่สะดวก
ไปในทิศทางเดียวกับน้อมจิตต์ ซึ่งนายวรวุฒิกล่าวว่า บริษัทรับมือความท้าทายด้วยการเพิ่มความสะดวก และการขายผ่านออนไลน์มากขึ้นตามความนิยมของลูกค้า เช่น บริการปักชื่อ-ชั้นแม้ซื้อทางออนไลน์ รวมถึงเพิ่มจำนวนการออกบูทจำหน่ายสินค้าในโรงเรียนต่าง ๆ ให้เยอะขึ้น รวมถึงผันงบฯการตลาดซึ่งใช้เท่ากับปีก่อนมาใช้ด้านออนไลน์มากขึ้น ปัจจุบันยอดขายทางออนไลน์ของน้อมจิตต์มีสัดส่วน 5-10% แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
พร้อมกับนำร้านค้า 3 สาขา และสินค้าประมาณ 20% เข้าร่วมโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน Back To School 2026 (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดภาระของผู้ปกครองได้ในระดับหนึ่ง
ผู้ปกครองในตลาดเทศบาลเมืองตราด อ.เมืองตราด ให้ความเห็นว่า ภาครัฐควรพิจารณาลดชุดเครื่องแบบลง โดยเฉพาะชุดลูกเสือระดับมัธยมที่จำเป็นต้องมีรองเท้าลูกเสือคู่ละ 300 บาท ทำให้นักเรียนแต่ละคนต้องมีรองเท้าอย่างน้อย 3 คู่ สำหรับชุดนักเรียน ชุดพลศึกษา และชุดลูกเสือ ซึ่งถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่หนักเกินไปในช่วงนี้
ส่วนนโยบายช่วยเหลือจากภาครัฐที่ปรับล่าสุด โดยให้งบฯชุดนักเรียนระดับอนุบาล 325 บาท/ปี ประถมฯ 400 บาท/ปี ม.ต้น 450 บาท/ปี และ ม.ปลาย 500 บาท/ปีนั้น แทบไม่ช่วยบรรเทาภาระได้จริง เพราะชุดนักเรียนทั้งชุดมีราคารวมเกือบ 2,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ค้าปลีกและซัพพลายเออร์ต่างตบเท้าจัดแคมเปญ Back To School กันอย่างคึกคัก อาทิ บิ๊กซี จัดโปรโมชั่นชุดนักเรียนอนุบาลเริ่มต้น 69 บาท ไปจนถึงมัธยมเริ่มต้น 129 บาท รองเท้านักเรียนเริ่มต้น 99 บาท เป็นต้น ส่วนเครือเซ็นทรัลนำทั้ง B2S และ TOPS เข้าร่วม เช่น คูปองส่วนลดมูลค่ากว่า 4,600 บาท, ลดราคาสูงสุด 50% ฯลฯ
ด้านสหพัฒนพิบูล ที่นำสินค้าหลายแบรนด์ ทั้งโคโดโม, เปา, คิเรอิคิเรอิ, ซิสเท็มมา และไฮคลาส มาจัดโปรโมชั่นตอบโจทย์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง ส่วนแว่นท็อปเจริญจัดโปรฯ กรอบแว่นพร้อมเลนส์สายตาราคา 780 บาท
เช่นเดียวกับโรงรับจำนำและสถานธนานุบาลในหลายจังหวัดมีผู้ปกครองนำทรัพย์สินมาจำนำคึกคัก อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องประดับ ฯลฯ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายเตรียมรับเปิดเทอมใหม่ของบุตรหลาน อาทิ ตรัง, ขอนแก่น, นครราชสีมา ซึ่งแต่ละแห่งต่างสำรองเงินไว้ 70-80 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับ: ชุดนักเรียนเปิดเทอมสุดฝืด ห้างจัดโปรดุสู้ยอดลด 60%