ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังสหรัฐและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสหรัฐและอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงคราม โดยสหรัฐเสนอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อแลกกับการยกเลิกการปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐ ในขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกดำเนินการในขั้นตอนถัดไป ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เผยผ่าน Truth Social Media ว่าหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านด้วยการโจมตีที่รุนแรงกว่าที่เคยมีมา
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อ 6 พ.ค. 69 อยู่ที่ 95.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -7.19 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 101.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -8.60
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถที่จะเดินเรือได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ ภายใต้ระเบียบใหม่ซึ่ง IRGC กำหนด โดยสื่อของอิหร่านเผยรายละเอียดว่า เรือที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวจะต้องส่งอีเมลไปยังหน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority พร้อมด้วยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับประเทศต้นทางและปลายทางของการเดินทาง รวมถึงสินค้าที่ขนส่งมาบนเรือด้วย ท่าทีของ IRGC เกิดขึ้น หลังสหรัฐได้เสนอข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่ให้กับอิหร่าน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผยตัวเลขการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือน เม.ย. 69 ปรับลด 0.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 20.55 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ ปี 2533 โดยการผลิตน้ำมันดิบของอิรักปรับลด 0.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 3.05 ล้านบาร์เรลต่อวัน เช่นเดียวกับการผลิตน้ำมันของคูเวตซึ่งปรับลด 0.47 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสองประเทศดังกล่าวถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสหรัฐ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
