คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลจัดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 35 คน เข้าร่วมรับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 15 พ.ค.
เป้าหมายคือการร่วมหาแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ หลังการหารือในเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี หลังนอก ทำเนียบรัฐบาล ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับโรงแรมวังสวนสุนันทา ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีได้เชิญนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เข้าพบ เพื่อรายงานสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยช่วงไตรมาสแรกของปี 2569
สำหรับนักธุรกิจที่เข้าร่วมมีอาทิ “นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์” ประธานกรรมการหอการค้าไทย, “น.ส.พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,“นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย, นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด,
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี, นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ, นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท, นายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง Country Manager บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย), แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ, นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ฯลฯ
การพบปะดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลที่เข้าบริหารประเทศในจังหวะเดียวกับที่สหรัฐ อิสราเอล เปิดฉากรบกับอิหร่าน เกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ปิดเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย หรือช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันตลอด 2 เดือนครึ่งที่ผ่านมา เป็นสภาพที่เรียกว่า Oil Shock ที่รุนแรงกว่าปี 1970 ถึงสองเท่า น้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลก 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ที่ผ่านมารัฐบาลประกาศแก้ปัญหาในลักษณะการปรับโครงสร้าง อาทิ การออก พ.ร.ก.ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล พึ่งพาแรงงานสะอาดที่ผลิตเองได้ในประเทศ
ขณะเดียวกันก็ต้องการรับฟังแนวคิดและความประสงค์ของภาคเศรษฐกิจ ที่มีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ว่าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอะไร เพื่อนำมากำหนดทิศทางโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์ใหม่ ซึ่งน่าติดตามกันว่าจะมีผลช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของไทยในยามผันผวนได้อย่างไร
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘อนุทิน’ ถกเจ้าสัวไทย